โปรแกรมภาษา C สำหรับดำเนินการคูณเมตริกซ์
การใช้ Excel หาเมตริกซ์ผกผัน
การใช้ Excel แก้ระบบสมการเชิงเส้น
การใช้ excel ในงานสำนักงาน เช่น ประเมินผล kpi การคิดค่าไฟฟ้า การใช้ excel จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีครัวเรือน การคำนวณดอกเบี้ยเงินฝาก และ ดอกเบี้ยเงินกู้ สินเชื่อส่วนบุคคล การใช้ vba ช่วยในการใช้งาน excel เพื่อช่วยลดเวลาและมีความถูกต้อง การใช้ excel ในการคำนวณทางวิศวกรรม การคำนวณสินเชื่อรถยนต์ การสร้างกราฟ excel การประยุกต์สูตร excel สร้างแผนภูมิพาเรโต ฮิสโตแกรม โปรแกรมดูดวง
Text Value เป็นรูปแบบที่ท่านผู้อ่าน how to excel ต่างประสบปัญหากันมาบ้างไม่มากก็น้อย ตัวผมเองก็ประสบมาด้วยตัวเองก็พอสมควรดังได้เคยนำมาเล่าในหัวข้อการค้นหาข้อมูลด้วย VLOOKUP ไปแล้วครับ วันนี้ก็เลยมีความตั้งใจที่จะเสนอแนะลักษณะงานที่เกี่ยวกับ Text value ในการใช้งาน excel เนื่องด้วยบทความนี้เป็นบทความที่ 50 พอดี ย้อนกลับไปก็ให้ฉงนเหมือนกันว่าผมเขียนไปบทความไปเกือบครึ่งร้อยซะแล้ว วันนี้เลยขอนำเสนอบทความที่สบายๆเป็นการผ่อนคลายไปในตัวหล่ะกันนะครับ
วันนี้ผมอยากนำเสนอฟังก์ชัน excel ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลประเภท Text Value ซัก 3 ฟังก์ชัน เนื่องด้วยอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ใช้จัดการวางแผนการผลิต เรามาเริ่มสูตร Excel สูตรแรกกันเลยครับ
ภาพที่ 1 ตัวอย่างการใช้งาน excel function ในการตรวจสอบเงื่อนไข
excel function : UPPER / LOWER ในการเขียน VBA excel จะใช้ฟังก์ชัน UCase / LCase
ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าผมใช้ฟังก์ชัน Left เพื่อตัดเอาตัวอักษร 2 ตัวแรกด้านซ้ายมาแปลงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่และตรวจสอบว่าเป็นตัวอักษร “EZ” หากใช่ก็กำหนดให้เท่ากับ EZ ในหลัก B หากไม่ใช่จะกำหนดให้เท่ากับ NO ในหลัก B
2. การประยุกต์ฟังก์ชัน Find และฟังก์ชัน Left Mid ในการแยกชื่อและนามสกุลออกจากกัน ในบางครั้งเราอาจมีความประสงค์ที่จะแยกชื่อและนามสกุลออกจากันเพื่อนำไปใช้งานอื่นๆ มาดูแนวคิดการแยกชื่อและนามสกุลกันเลยครับ โดยปกติชื่อและนามสกุลจะถูกคั่นด้วยช่องว่างดังนั้นขั้นตอนแรกต้องเราต้องหาตำแหน่งของช่องว่างในชื่อ-นามสกุล จากนั้นใช้ฟังก์ชั่น Left เพื่อแยกชื่อมาแสดง จากนั้นเราจะใช้ฟังก์ชัน Mid ในการแยกนามสกุล ดังแสดงเป็นสูตร Excel ในภาพที่ 2
ภาพที่ 2 การแยกชื่อนามสกุลออกจากกัน
จากตัวอย่างที่ 2 หากข้อมูลในหลัก B มีคำนำหน้าชื่อด้วย ท่านผู้อ่านจะต้องทำอย่างไรดี เอาไว้เป็นการบ้านนะครับ หรือหากจะชี้แนะก็เชิญคอมเม้นด้านล่างได้เลยนะครับ แบ่งปันกันครับ เอาหล่ะครับผมก็ขอจบบทความบทที่ครึ่งร้อยไว้เพียงเท่านี้ เดี่ยวเรากลับมาพบกันในครึ่งร้อยส่วนหลังนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน How to excel ทุกท่านครับ วันนี้ขออนุญาตหยิบปัญหาที่ผมได้รับจากลูกค้าภายในที่ทำงาน เกี่ยวกับการค้นหาข้อความและแยกข้อความที่ต้องการเก็บไว้ในเซลล์ต่างหาก ใน Excel ด้วยเหตุที่ว่าข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันมีเยอะมาก การบันทึกข้อมูลดังกล่าวคงไม่สามารถทำได้โดยง่ายนักใน Excel วันนี้จึงขอนำเสนอ Excel text function ที่นิยมช่วยในการค้นหาข้อความและสำเนาข้อความที่ค้นเจอ ดังนี้ครับ
1.สูตร Excel text : Left เป็นสูตร Excel ที่ใช้สำเนาข้อความต้นฉบับ (text) โดยเริ่มสำเนาจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาตามจำนวนตัวอักษรที่กำหนด มีรูปแบบดังนี้
LEFT(text,[num_chars])
โดย text คือ ข้อความต้นฉบับ
num_chars คือจำนวนตัวอักษรที่ต้องการสำเนา
ตัวอย่างเช่น สมมุติข้อความในเซลล์ B2 เท่ากับ LOVE หากเราใช้ สูตร Excel =LEFT(B2,2) สูตร LEFT จะสำเนาข้อความกลับมาให้เป็น LO เป็นต้น
2.สูตร Excel text : FIND เป็นสูตร Excel ที่ใช้หาตำแหน่งของตัวอักษรหรืออักขระที่อยู่ภายในข้อความ มีรูปแบบดังนี้
FIND(find_text,within_text,[start_num])
โดย find_text คือ ตัวอักษรหรืออักขระที่ต้องการค้นหาตำแหน่ง
within_text คือข้อความที่ต้องการค้นหา
start_num คือตำแหน่งในข้อความที่เริ่มค้นหาโดยตำแหน่งที่ 1 จะเริ่มจากตัวอักษรแรกจากซ้าย
ตัวอย่างเช่น FIND(“/”,”12/13”,0) จะคืนค่า 3 กลับมา เป็นต้น
3. สูตร Excel text : MID เป็นสูตร Excel ที่ใช้สำเนาอักษรหรือตัวอักขระจากข้อความโดยกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นในการสำเนาและจำนวนอักษรหรือตัวอักขระที่ต้องการสำเนา มีรูปแบบดังนี้
MID(text,start_num,[num_chars])
โดย text คือข้อความต้นฉบับที่ต้องการสำเนา
start_num คือ ตำแหน่งเริ่มต้นในการสำเนา
num_chars คือ จำนวนอักษรหรือตัวอักขระที่ต้องการสำเนา
ตัวอย่างเช่น MID(“12/03/53”,3,2) จะคืนอักษร “03” กลับมา เป็นต้น
จากที่ได้ยกตัวอย่างมาเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ สมมุติเรามีข้อมูลชื่อบริษัทและที่ตั้งของบริษัทลูกค้าอยู่ในเซลล์เดียวกันดังแสดงในภาพที่ 1 หากเราต้องการแยกชื่อของบริษัทลูกค้าออกมาเก็บไว้ในหลักใหม่เราสามารถประยุกต์ใช้ Excel text function ได้ ท่านผู้อ่านจะสังเกตเห็นว่าชื่อบริษัทและที่ตั้งจะถูกแบ่งด้วยอักขระ “,” จากเงื่อนไขนี้ หากเราสามารถหาตำแหน่งของ “,” ได้เราก็จะสามารถสำเนาชื่อของบริษัทลูกค้าออกมาเก็บไว้ในหลักใหม่ได้ โดยมีระเบียบขั้นตอนการใช้สูตร Excel ดังนี้
1. ใช้ สูตร FIND หาตำแหน่งของ “,”
2. ใช้สูตร LEFT สำเนาชื่อบริษัทไปเก็บไว้ในหลักใหม่
เพื่อให้การใช้สูตร Excel เป็นไปด้วยความสะดวกจึงรวบรวมขั้นตอนการใช้สูตร Excel ทั้งสองขั้นตอนได้ดังนี้
C2 = LEFT(B2,FIND(“,”,B2,1)-1) ผลการใช้สูตร Excel แสดงได้ดังภาพที่ 2
ภาพที่ 1 ข้อมูลการทดสอบ Excel text function
ภาพที่ 2 ผลการใช้สูตร Excel : LEFT&FIND
หากต้องการสำเนาที่อยู่หลังอักขระ “,” เก็บไว้ในหลัก D สามารถเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้
D2 = MID(B2,FIND(“,”,B2,1)+1,LEN(B2)) โดย LEN เป็นสูตร Excel ที่คืนค่าความยาวของข้อความ ผลการใช้สูตร Excel นี้แสดงได้ดังภาพที่ 3
ภาพที่ 3 ผลการใช้สูตร Excel : MID , FIND , LEN
หวังว่าท่านผู้อ่านบทความนี้คงได้ไอเดียในการประยุกต์ใช้สำหรับการสำเนาข้อความในไฟล์ Excel นะครับ ส่วนตัวผมเองนอกจากจะตอบโจทย์ลูกค้าภายในบริษัทได้แล้ว ท่านผู้อ่านคงจะได้เห็นผมประยุกต์ใช้ สูตร Excel นี้ในการประเมินผลด้วย KPI ต่อไปครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ
สวัสดีตอนเช้าครับท่านผู้อ่าน How to excel บทความนี้ยังเป็นการนำเสนอ Excel utility สำหรับเตรียมพร้อมในการสร้างระบบการประเมินผลด้วย KPI ที่ผมได้นำเสนอเป็น Serie ค้างไว้ เนื่องด้วยอยากปูพื้นฐานถึงที่มาที่ไปของการทำงานในระบบการประเมินผลของเรา Excel utility ในบทความนี้ขอกล่าวถึงการเปิดไฟล์ Excel ครับ เนื่องด้วยหากท่านผู้อ่านย้อนกลับยัง Serie ระบบการประเมินผลด้วย KPI ท่านจะเห็นว่า เราจำเป็นต้องเข้าไปอ่านข้อมูลการประมวลผล KPI ของ KPI ระดับต่างๆดังแสดงในภาพที่ 1
ภาพที่ 1 ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลผลการชี้วัด KPI
สิ่งแรกที่ต้องทำในการเข้าไปอ่านข้อมูลและดึงข้อมูลมาเก็บที่ไฟล์ Excel (สรุปผล KPI.xls) ก็คือต้องทำการเปิดไฟล์ก่อนครับ เริ่มจากสร้างปุ่มกด Worksheets ของไฟล์ สรุปผล KPI.xls สำหรับเรียกใช้งาน Macro และสร้าง Macroในการเปิดไฟล์ สมมุติให้ชื่อว่า ImportData_Click ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ
Sub ImportData_Click()
Dim cur As Integer
Dim actWBName As String
actWBName = ActiveWorkbook.Name
With Application.FileDialog(msoFileDialogOpen)
.Title = "Select File"
.AllowMultiSelect = False
.Show
Workbooks.Open (.SelectedItems(1))
cur = Workbooks.Count
Workbooks(cur).Activate
‘ Do some thing
Workbooks(cur).Close
Workbooks(actWBName).Activate
End With
End Sub
สามารอธิบายการทำงานของ VBA โค้ดได้ดังนี้ครับ
Dim cur As Integerกำหนดตัวแปร cur สำหรับเก็บตำแหน่งของ workbooks ล่าสุด กำหนดตัวแปร actWBName สำหรับเก็บชื่อไฟล์ Excel ที่เรียกใช้งาน Macro
actWBName = ActiveWorkbook.Name
เก็บชื่อไฟล์ Excel ที่กำลังใช้งานอยู่ไว้ในตัวแปร actWBName
With Application.FileDialog(msoFileDialogOpen)
เรียก Dialog สำหรับเปิดไฟล์ด้วยฟังก์ชัน FileDialog และกำหนดโหมดเปิดไฟล์ด้วยตัวแปร msoFileDialogOpen
.Title = "Select File"
.AllowMultiSelect = False
.Show
กำหนดข้อความใน Title ของDialog เป็น Select File
กำหนดให้ผู้ใช้งานสมารถเลือกเปิดไฟล์ได้ไฟล์เดียวหรือหลายไฟล์ด้วย properties AllowMultiSelect ในตัวอย่างนี้กำหนดให้เลือกได้ไฟล์เดียว (False)
สั่งให้แสดงDialogด้วย properties Show
เมื่อ ถึงคำสั่งในบรรทัดนี้ Excel จะแสดง Dialog สำหรับเปิดไฟล์ ดังแสดงในภาพที่ 2
ภาพที่ 2 Dialog สำหรับเปิดไฟล์
Workbooks.Open (.SelectedItems(1))
cur = Workbooks.Count
Workbooks(cur).Activate
‘ Do some thing
Workbooks(cur).Close
เปิดไฟล์ Excel ที่เลือก (.SelectedItems(1)) ด้วยคำสั่ง Open ของ object Workbooks
เก็บตำแหน่งไฟล์ Excel ล่าสุดที่เปิดไว้ (ตำแหน่งไฟล์ Excel ที่เราเปิดนั่นแหล่ะครับ) เพื่อใช้อ้างอิง Workbooks โดยเก็บไว้ที่ตัวแปร cur
Active ไฟล์ Excel ที่เปิดล่าสุดผ่านการอ้างอิงเพื่อเตรียมเข้าไปอ่านหรือทำงานในไฟล์ Excel นั้น
ดำเนินการภายในไฟล์ Excel ที่ Active
เมื่อเสร็จแล้วปิดไฟล์ Excel ที่ Active ด้วยคำสั่ง Close
Workbooks(actWBName).Activate
End With
ทำการกำหนดให้ไฟล์ Excel ที่เรียกใช้งาน Macro นี้ Activate โดยผ่านการอ้างอิงด้วยชื่อไฟล์ ในตัวแปร actWBName
จบแล้วครับสำหรับการเปิดไฟล์ Excel ก่อนเข้าไปอ่านข้อมูลหรือกระทำการใดๆ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านนะครับ สวัสดีครับ
สวัสดีท่านผู้อ่าน How to excel บทความตอนนี้เป็นหัวข้อใหม่ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้ใช้ Excel นะครับ Excel trip เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ผมอยากนำเสนอเป็นหัวข้อๆไปตามแต่โอกาสจะอำนวยนะครับ มาดู excel trip อันแรกที่ผมคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบ(เช่นผมเป็นต้น) นั่นคือการพิมพ์ซ้ำหัวตาราง ผมพบปัญหานี้เมื่อแฟนผมโทรมาถามสาเหตุที่เธอไม่สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ ผมเองไม่เคยใช้ ตัวเธอเองบอกว่า Excel มีคำสั่งตั้งค่าให้พิมพ์หัวตารางซ้ำๆกันได้ทุกหน้า ใช่แล้วครับ ท่านผู้อ่านที่ต้องพิมพ์รายการสินค้าที่มีข้อมูลมากกว่าหนึ่งหน้าโดยในแต่ละหน้าในบรรทัดแรกจะมีรายการบนหัวตารางที่เหมือนๆกัน สมมุติผมมีรูปแบบการเก็บข้อมูลสินค้าในไฟล์ Excel ดังภาพที่ 1
ภาพที่ 1 ข้อมูลในหัวตารางที่ต้องการพิมพ์ซ้ำ
หากมีจำนวนสินค้าที่ต้องการพิมพ์ออกมากกว่าหนึ่งหน้าโดยในหน้าถัดไปเราต้องการพิมพ์หัวตารางซ้ำดังแสดงในภาพที่ 1 เราสามารถใช้คำสั่งใน Excel ได้ดังนี้ ให้ไปที่เมนูแฟ้มเลือกคำสั่ง ตั้งค่าหน้ากระดาษ… Excel จะเรียกหน้าต่างการตั้งค่าหน้ากระดาษมาแสดงดังภาพที่ 2 ให้ผู้ใช้เลือกแท็บแผ่นงาน ในหัวหัวข้อชื่อเรื่องที่จะพิมพ์ ช่องแถวที่จะพิมพ์ซ้ำด้านบนให้เลือกแถวที่ 1 ทั้งหมดดังแสดงในภาพที่ 2 เสร็จแล้วคลิกปุ่ม ตกลง
ภาพที่ 2 หน้าต่างการตั้งค่าหน้ากระดาษ ใน Excel
แค่นี้เราก็จะได้หัวตารางที่ซ้ำๆกันในทุกหน้าของกระดาษแล้วครับ โดยจำนวนแถวที่จะพิมพ์ซ้ำบนหัวตารางสามารถเลือกได้หลายแถวนะครับ เช่น $1:$3 จะหมายถึงให้พิมพ์ซ้ำข้อมูลในแถวที่ 1 – 3 ในหัวตารางแต่ละหน้าครับ
ท่านผู้อ่านจะเห็นว่ายังสามารถสั่งพิมพ์ซ้ำทางด้านซ้ายของกระดาษได้อีกด้วยลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ แล้วท่านจะรู้สึกรัก Excel ขึ้นอีกเป็นกอง โอ้ Excel ทำได้ บทความนี้หวังว่าคงช่วยท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้หรือย่งไม่เคยลอง คำสั่ง Excel นี้ เดี๋ยว Excel trip คราวต่อไปผมจะนำเสนอ การพิมพ์ซ้ำตรงด้านล่างของหน้า เอว่าแต่จะไปใช้ทำไรหล่ะพิมพ์ซ้ำตรงด้านล่าง ผมเชื่อว่าต้องมีผู้ประสบปัญหานี้อยู่แน่ๆ แล้วมาติดตามกันต่อครับ
ปล ผมศึกษาไว้เพราะกำลังจะนำไปใช้ในรายงานการประเมินผลงานด้วยระบบ KPI นั่นเองครับ ราตรีสวัสดิ์ครับท่านผู้อ่าน How to excel
Excel tips