แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Excel function แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Excel function แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

มาใช้ Excel ช่วยดำเนินการกับเมตริกซ์กัน ตอน 2 (How to use MS Excel to operate with matrix-2)

บทความการใช้ Excel หัวข้อนี้มิได้ต้องการส่งเสริมให้ นักเรียนนักศึกษาละเลยพื้นฐานและวิธีการดำเนินการของเมตริกซ์ เพียงแต่ต้องการนำเสนอวิธีการใช้ Excel ช่วยคำนวณผลการดำเนินการกับเมตริกซ์ อย่างน้อยก็ช่วยให้ นักเรียน นักศึกษาที่กำลังเรียนคณิตศาสตร์ในเรื่อง เมตริกซ์ ได้ใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบผลลัพธ์ที่ทำด้วยลายมือ ซึ่งมีวิธีการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยผู้เขียนจะค่อยๆทยอยนำวิธีการใช้ Excel มาดำเนินการกับเมตริกซ์ในแต่ละหัวข้อครับ บทความนี้จะนำเสนอการคูณกันระหว่างเมตริกซ์ครับ
        เมตริกซ์ที่สามารถคูณกันได้จะต้องมีเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้ครับ ถ้า A มีขนาด ixc และ B มีขนาด cxj แล้ว


จากนิยามอธิบายกันแบบง่ายๆครับว่า จำนวนหลักของเมตริกซ์ A จะต้องเท่ากับจำนวนแถวของเมตริกซ์ B จีงจะสามารถคูณระหว่างเมตริกซ์ได้ และที่สำคัญการคูณเมตริกซ์ไม่มีสมบัติการสลับตำแหน่ง นั่นคือ A*B ไม่เท่ากับ B * A


การคูณกันระหว่างเมตริกซ์ โดยใช้ Excel จะใช้สูตร MMULT โดยมีรูปแบบการใช้สูตร Excel ดังนี้
MMULT (array1,array2) โดย Excel จะคืนค่า #VALUE! เมื่อมีการกำหนด ARRAY ไม่ถูกต้อง 2 รูปแบบดังนี้
1. สมาชิกใน array1 และ array2 อย่างน้อยหนึ่งตัวเป็นค่าว่าง หรือเป็นข้อความ
2. จำนวนหลักของ array1 ไม่เท่ากับ จำนวนแถวของ array2

การใช้สูตร Excel MMULT  ขอยกตัวอย่าง 2 รูปแบบ สมมุติต้องการหา ผลคูณระหว่าง A(2X3) และ B (3X2) ดังภาพที่ 1 โดยกำหนดให้สมาชิกของ A อยู่ในช่วง C4:E5 และ สมาชิกของ B อยู่ในช่วง G4:H6

คำนวณผลคูณ A*B 
สมมุติให้ C เป็นผลคูณ A และ B ดังนั้น C จะมีขนาด 2x2 การใช้ Excel คำนวณสามารถดำเนินการได้ดังนี้

1. เลือกช่วงข้อมูล C8:D9 (เท่ากับจำนวนสมาชิกของ C 2x2)
2. พิมพ์สูตร excel ดังนี้ =MMULT(C4:E5, G4:H6)
3. กดปุ่ม Ctrl + Shift + Enter เพื่อเป็นการคำนวณแบบ Array
4. ผลลัพธ์แสดงดังภาพที่ 1

คำนวณผลคูณ B*A 
สมมุติให้ C เป็นผลคูณ B และ A ดังนั้น C จะมีขนาด 3x3 การใช้ Excel คำนวณสามารถดำเนินการได้ดังนี้

1. เลือกช่วงข้อมูล C11:E13 (เท่ากับจำนวนสมาชิกของ C 3x3)
2. พิมพ์สูตร excel ดังนี้ =MMULT(G4:H6,C4:E5)
3. กดปุ่ม Ctrl + Shift + Enter เพื่อเป็นการคำนวณแบบ Array
4. ผลลัพธ์แสดงดังภาพที่ 1


ภาพที่ 1 ผลการใช้ Excel คำนวณผลคูณระหว่างเมตริกซ์


จากตัวอย่างที่นำเสนอท่านผู้อ่านสามารถคำนวณผลคูณiระหว่างเมตริกซ์ได้โดยง่ายครับ ลองเอาไปใช้ตรวจสอบผลลัพธ์ของการบ้านที่อาจารย์ให้มานะครับ

หัวข้อที่เกี่ยวของ
 

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2553

การใช้งาน excel : การจัดการ Text Value

Text Value เป็นรูปแบบที่ท่านผู้อ่าน how to excel ต่างประสบปัญหากันมาบ้างไม่มากก็น้อย ตัวผมเองก็ประสบมาด้วยตัวเองก็พอสมควรดังได้เคยนำมาเล่าในหัวข้อการค้นหาข้อมูลด้วย VLOOKUP ไปแล้วครับ วันนี้ก็เลยมีความตั้งใจที่จะเสนอแนะลักษณะงานที่เกี่ยวกับ Text value ในการใช้งาน excel เนื่องด้วยบทความนี้เป็นบทความที่ 50 พอดี ย้อนกลับไปก็ให้ฉงนเหมือนกันว่าผมเขียนไปบทความไปเกือบครึ่งร้อยซะแล้ว วันนี้เลยขอนำเสนอบทความที่สบายๆเป็นการผ่อนคลายไปในตัวหล่ะกันนะครับ

วันนี้ผมอยากนำเสนอฟังก์ชัน excel ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลประเภท Text Value ซัก 3 ฟังก์ชัน เนื่องด้วยอาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ใช้จัดการวางแผนการผลิต เรามาเริ่มสูตร Excel สูตรแรกกันเลยครับ

  1. UPPER / LOWER เป็น excel function ที่ใช้ในการแปลงอักษรทั้งหมดในข้อความให้เป็นตัวพิมพ์ใหญ่(UPPER) หรือเป็นตัวพิมพ์เล็ก(LOWER) ท่านผู้อ่านใช้ excel function ในด้านใดบ้างครับ ผมเองจะใช้ในการตรวจสอบเงื่อนไขครับ เพื่อป้องกันผู้ใช้พิมพ์ตัวพิมพ์เล็กหรือพิมพ์ใหญ่ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบครับ โดยเรานำข้อความมาทำการแปลงก่อนนำไปเปรียบเทียบเงื่อนไขครับ ตัวอย่างเช่น หากตัวอักษร 2 ตัวแรกของข้อความที่นำเข้ามาเป็นตัวอักษร “EZ” ให้พิมพ์คำว่า yes หากมิใช่ให้พิมพ์ no ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะพิมพ์ตัวอักษร 2 ตัวแรกในรูปแบบที่แตกต่างกันมีความเป็นไปได้ เช่น Ez , ez , eZ , EZ ดังนั้นเพื่อให้การตรวจสอบความถูกต้องสามารถทำได้ง่าย เราอาจเขียนเป็นสูตร excel ได้ดังนี้ B2 =if(Left(UPPER(A2),2) = “EZ” ,”EZ” , “NO”) จากตัวอย่างที่ผมได้นำเสนอสามารถแสดงได้ดังภาพที่ 1

Upper

ภาพที่ 1 ตัวอย่างการใช้งาน excel function ในการตรวจสอบเงื่อนไข

excel function : UPPER / LOWER ในการเขียน VBA excel จะใช้ฟังก์ชัน UCase / LCase

ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าผมใช้ฟังก์ชัน Left เพื่อตัดเอาตัวอักษร 2 ตัวแรกด้านซ้ายมาแปลงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่และตรวจสอบว่าเป็นตัวอักษร “EZ” หากใช่ก็กำหนดให้เท่ากับ EZ ในหลัก B หากไม่ใช่จะกำหนดให้เท่ากับ NO ในหลัก B

2. การประยุกต์ฟังก์ชัน Find และฟังก์ชัน Left Mid ในการแยกชื่อและนามสกุลออกจากกัน ในบางครั้งเราอาจมีความประสงค์ที่จะแยกชื่อและนามสกุลออกจากันเพื่อนำไปใช้งานอื่นๆ มาดูแนวคิดการแยกชื่อและนามสกุลกันเลยครับ โดยปกติชื่อและนามสกุลจะถูกคั่นด้วยช่องว่างดังนั้นขั้นตอนแรกต้องเราต้องหาตำแหน่งของช่องว่างในชื่อ-นามสกุล จากนั้นใช้ฟังก์ชั่น Left เพื่อแยกชื่อมาแสดง จากนั้นเราจะใช้ฟังก์ชัน Mid ในการแยกนามสกุล ดังแสดงเป็นสูตร Excel ในภาพที่ 2

find-left-mid

ภาพที่ 2 การแยกชื่อนามสกุลออกจากกัน

จากตัวอย่างที่ 2 หากข้อมูลในหลัก B มีคำนำหน้าชื่อด้วย ท่านผู้อ่านจะต้องทำอย่างไรดี เอาไว้เป็นการบ้านนะครับ หรือหากจะชี้แนะก็เชิญคอมเม้นด้านล่างได้เลยนะครับ แบ่งปันกันครับ เอาหล่ะครับผมก็ขอจบบทความบทที่ครึ่งร้อยไว้เพียงเท่านี้ เดี่ยวเรากลับมาพบกันในครึ่งร้อยส่วนหลังนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

การใช้งาน Excel ตอน การค้นหาข้อความด้วย Excel Text Function

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน How to excel ทุกท่านครับ วันนี้ขออนุญาตหยิบปัญหาที่ผมได้รับจากลูกค้าภายในที่ทำงาน เกี่ยวกับการค้นหาข้อความและแยกข้อความที่ต้องการเก็บไว้ในเซลล์ต่างหาก ใน Excel ด้วยเหตุที่ว่าข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันมีเยอะมาก การบันทึกข้อมูลดังกล่าวคงไม่สามารถทำได้โดยง่ายนักใน Excel วันนี้จึงขอนำเสนอ Excel text function ที่นิยมช่วยในการค้นหาข้อความและสำเนาข้อความที่ค้นเจอ ดังนี้ครับ

1.สูตร Excel text : Left เป็นสูตร Excel ที่ใช้สำเนาข้อความต้นฉบับ (text) โดยเริ่มสำเนาจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาตามจำนวนตัวอักษรที่กำหนด มีรูปแบบดังนี้

LEFT(text,[num_chars])

โดย text คือ ข้อความต้นฉบับ

num_chars คือจำนวนตัวอักษรที่ต้องการสำเนา

ตัวอย่างเช่น สมมุติข้อความในเซลล์ B2 เท่ากับ LOVE หากเราใช้ สูตร Excel =LEFT(B2,2) สูตร LEFT จะสำเนาข้อความกลับมาให้เป็น LO เป็นต้น

2.สูตร Excel text : FIND เป็นสูตร Excel ที่ใช้หาตำแหน่งของตัวอักษรหรืออักขระที่อยู่ภายในข้อความ มีรูปแบบดังนี้

FIND(find_text,within_text,[start_num])

โดย find_text คือ ตัวอักษรหรืออักขระที่ต้องการค้นหาตำแหน่ง

within_text คือข้อความที่ต้องการค้นหา

start_num คือตำแหน่งในข้อความที่เริ่มค้นหาโดยตำแหน่งที่ 1 จะเริ่มจากตัวอักษรแรกจากซ้าย

ตัวอย่างเช่น FIND(“/”,”12/13”,0) จะคืนค่า 3 กลับมา เป็นต้น

3. สูตร Excel text : MID เป็นสูตร Excel ที่ใช้สำเนาอักษรหรือตัวอักขระจากข้อความโดยกำหนดตำแหน่งเริ่มต้นในการสำเนาและจำนวนอักษรหรือตัวอักขระที่ต้องการสำเนา มีรูปแบบดังนี้

MID(text,start_num,[num_chars])

โดย text คือข้อความต้นฉบับที่ต้องการสำเนา

start_num คือ ตำแหน่งเริ่มต้นในการสำเนา

num_chars คือ จำนวนอักษรหรือตัวอักขระที่ต้องการสำเนา

ตัวอย่างเช่น MID(“12/03/53”,3,2) จะคืนอักษร “03” กลับมา เป็นต้น

จากที่ได้ยกตัวอย่างมาเรามาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ สมมุติเรามีข้อมูลชื่อบริษัทและที่ตั้งของบริษัทลูกค้าอยู่ในเซลล์เดียวกันดังแสดงในภาพที่ 1 หากเราต้องการแยกชื่อของบริษัทลูกค้าออกมาเก็บไว้ในหลักใหม่เราสามารถประยุกต์ใช้ Excel text function ได้ ท่านผู้อ่านจะสังเกตเห็นว่าชื่อบริษัทและที่ตั้งจะถูกแบ่งด้วยอักขระ “,” จากเงื่อนไขนี้ หากเราสามารถหาตำแหน่งของ “,” ได้เราก็จะสามารถสำเนาชื่อของบริษัทลูกค้าออกมาเก็บไว้ในหลักใหม่ได้ โดยมีระเบียบขั้นตอนการใช้สูตร Excel ดังนี้

1. ใช้ สูตร FIND หาตำแหน่งของ “,”

2. ใช้สูตร LEFT สำเนาชื่อบริษัทไปเก็บไว้ในหลักใหม่

เพื่อให้การใช้สูตร Excel เป็นไปด้วยความสะดวกจึงรวบรวมขั้นตอนการใช้สูตร Excel ทั้งสองขั้นตอนได้ดังนี้

C2 = LEFT(B2,FIND(“,”,B2,1)-1) ผลการใช้สูตร Excel แสดงได้ดังภาพที่ 2

ExcelTextFunction-1

ภาพที่ 1 ข้อมูลการทดสอบ Excel text function

ExcelTextFunction-2

ภาพที่ 2 ผลการใช้สูตร Excel : LEFT&FIND

หากต้องการสำเนาที่อยู่หลังอักขระ “,” เก็บไว้ในหลัก D สามารถเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้

D2 = MID(B2,FIND(“,”,B2,1)+1,LEN(B2)) โดย LEN เป็นสูตร Excel ที่คืนค่าความยาวของข้อความ ผลการใช้สูตร Excel นี้แสดงได้ดังภาพที่ 3

ExcelTextFunction-3

ภาพที่ 3 ผลการใช้สูตร Excel : MID , FIND , LEN

หวังว่าท่านผู้อ่านบทความนี้คงได้ไอเดียในการประยุกต์ใช้สำหรับการสำเนาข้อความในไฟล์ Excel นะครับ ส่วนตัวผมเองนอกจากจะตอบโจทย์ลูกค้าภายในบริษัทได้แล้ว ท่านผู้อ่านคงจะได้เห็นผมประยุกต์ใช้ สูตร Excel นี้ในการประเมินผลด้วย KPI ต่อไปครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

การใช้งาน Excel : การสร้างแผนภูมิในรายงานด้วยคำสั่ง REPT

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน how to excel ทุกท่าน วันนี้ผมขอเสนอ Excel tips ด้านการสร้าง Bar chart สำหรับการแสดงผล เพื่อให้ท่านผู้อ่านเตรียมพร้อมสู่การบริหารจัดการการประเมินผลด้วย KPI ในการประเมินผล สิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าการคำนวณและการประเมินก็คือ การแสดงผลลัพธ์การประเมิน ซึ่งการแสดงผลด้วยกราฟฟิคเป็นสิ่งสำคัญ การแสดงกราฟฟิคแบบง่ายๆสามารถทำได้โดยใช้สูตร REPT ซึ่งเป็นสูตรใน Excel โดย REPT มีรูปแบบการใช้งานดังนี้
=REPT(text,number_temes)
ฟังก์ชัน REPT เป็นสูตร Excel ที่ใช้สำหรับทำซ้ำข้อความ
เมื่อ text คือข้อความที่ต้องการทำซ้ำ
number_temes คือ จำนวนครั้งที่ต้องการทำซ้ำ
จากรูปแบบของสูตร Excel REPT เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้แสดงผลเป็นแบบกราฟฟิคได้ง่ายๆ ดังกรณีตัวอย่างในภาพที่ 1
Barchart ภาพที่ 1 ข้อมูลยอดขายในแต่ละเดือน
จากภาพที่ 1 หากเราต้องการแสดงยอดขายในรูปของกราฟฟิคจะช่วยให้การนำเสนอน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งท่านผู้อ่านอาจจะบอกให้ไปใช้คำสั่งในการพล็อตกราฟของ Excel ซึ่งสามารถทำได้ง่ายเช่นกัน แต่หากเราใช้การแสดงกราฟฟิคแบบง่ายๆเพื่อให้เป็นการเปรียบเทียบในตารางข้อมูล เราจะใช้สูตร Excel การทำซ้ำข้อมูล (สูตร REPT) มาประยุกต์ได้ สมมุติว่าเราใช้เครื่องหมาย | เป็นตัวแทนของยอดขาย 1 ล้านบาท ดังนั้นในเดือนมกราคมจะแสดงยอดขายในรูปแบบกราฟฟิค เป็นเครื่องหมาย | จำนวน 15 แท่ง โดยเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้
= REPT(“|”,B2)
เมื่อทำการ AutoFill จะได้การนำเสนอในรูปแบบกราฟฟิคได้ดังแสดงในภาพที่ 2
Barchart-Excel ภาพที่ 2 ผลการใช้คำสั่ง REPT สำหรับการแสดงผล
เราจะเห็นว่าการแสดงผลดังภาพที่ 2 เป็นการนำเสนอในรูปแบบกราฟฟิคที่สามารถทำได้ง่ายมากๆ หากต้องการความละเอียดในการแสดงผลสามารถปรับสเกลของจำนวนการทำซ้ำได้อีก เช่น หากยอดขายเดือนมิถุนายนมีค่าเท่ากับ 7.5 ล้านบาท เราอาจต้องปรับสเกลการแสดงผลเป็น 0.5 ล้านบาทต่อการทำซ้ำหนึ่งครั้ง ดังนั้นจะต้องปรับสูตร Excel เป็น
=REPT(“|”,B2/0.5)
แสดงผลได้ดังภาพที่ 3
Barchart-Excel-Rescale
ภาพที่ 3 การแสดงผลหลังปรับสเกล
หวังว่าท่านผู้อ่านจะนำไปประยุกต์ใช้ในรายงานการนำเสนอด้วย Excel หรือการสร้างแผนภูมิฮิสโตแกรมได้ครับ ส่วนผมเองจะนำไปประยุกต์ใช้ในการนำเสนอผลการประเมินด้วย KPI ดังจะนำเสนอในบทความต่อๆไปครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

VBA Excel ตอน การเปิดไฟล์ Excel ด้วย VBA

สวัสดีตอนเช้าครับท่านผู้อ่าน How to excel บทความนี้ยังเป็นการนำเสนอ Excel utility สำหรับเตรียมพร้อมในการสร้างระบบการประเมินผลด้วย KPI ที่ผมได้นำเสนอเป็น Serie ค้างไว้ เนื่องด้วยอยากปูพื้นฐานถึงที่มาที่ไปของการทำงานในระบบการประเมินผลของเรา Excel utility ในบทความนี้ขอกล่าวถึงการเปิดไฟล์ Excel ครับ เนื่องด้วยหากท่านผู้อ่านย้อนกลับยัง Serie ระบบการประเมินผลด้วย KPI ท่านจะเห็นว่า เราจำเป็นต้องเข้าไปอ่านข้อมูลการประมวลผล KPI ของ KPI ระดับต่างๆดังแสดงในภาพที่ 1

KPIภาพที่ 1 ลักษณะการเข้าถึงข้อมูลผลการชี้วัด KPI

สิ่งแรกที่ต้องทำในการเข้าไปอ่านข้อมูลและดึงข้อมูลมาเก็บที่ไฟล์ Excel (สรุปผล KPI.xls) ก็คือต้องทำการเปิดไฟล์ก่อนครับ เริ่มจากสร้างปุ่มกด Worksheets ของไฟล์ สรุปผล KPI.xls สำหรับเรียกใช้งาน Macro และสร้าง Macroในการเปิดไฟล์ สมมุติให้ชื่อว่า ImportData_Click ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

Sub ImportData_Click()
Dim cur As Integer
Dim actWBName As String
actWBName = ActiveWorkbook.Name
With Application.FileDialog(msoFileDialogOpen)
.Title = "Select File"
.AllowMultiSelect = False
.Show
Workbooks.Open (.SelectedItems(1))
cur = Workbooks.Count
Workbooks(cur).Activate

‘ Do some thing


Workbooks(cur).Close
Workbooks(actWBName).Activate
End With
End Sub

สามารอธิบายการทำงานของ VBA โค้ดได้ดังนี้ครับ

Dim cur As Integer
Dim actWBName As String

กำหนดตัวแปร cur สำหรับเก็บตำแหน่งของ workbooks ล่าสุด กำหนดตัวแปร actWBName สำหรับเก็บชื่อไฟล์ Excel ที่เรียกใช้งาน Macro

actWBName = ActiveWorkbook.Name

เก็บชื่อไฟล์ Excel ที่กำลังใช้งานอยู่ไว้ในตัวแปร actWBName

With Application.FileDialog(msoFileDialogOpen)
เรียก Dialog สำหรับเปิดไฟล์ด้วยฟังก์ชัน FileDialog และกำหนดโหมดเปิดไฟล์ด้วยตัวแปร msoFileDialogOpen

.Title = "Select File"
.AllowMultiSelect = False
.Show
กำหนดข้อความใน Title ของDialog เป็น Select File

กำหนดให้ผู้ใช้งานสมารถเลือกเปิดไฟล์ได้ไฟล์เดียวหรือหลายไฟล์ด้วย properties AllowMultiSelect ในตัวอย่างนี้กำหนดให้เลือกได้ไฟล์เดียว (False)

สั่งให้แสดงDialogด้วย properties Show

เมื่อ ถึงคำสั่งในบรรทัดนี้ Excel จะแสดง Dialog สำหรับเปิดไฟล์ ดังแสดงในภาพที่ 2

OpenExcel ภาพที่ 2 Dialog สำหรับเปิดไฟล์

Workbooks.Open (.SelectedItems(1))
cur = Workbooks.Count
Workbooks(cur).Activate

‘ Do some thing


Workbooks(cur).Close

เปิดไฟล์ Excel ที่เลือก (.SelectedItems(1)) ด้วยคำสั่ง Open ของ object Workbooks

เก็บตำแหน่งไฟล์ Excel ล่าสุดที่เปิดไว้ (ตำแหน่งไฟล์ Excel ที่เราเปิดนั่นแหล่ะครับ) เพื่อใช้อ้างอิง Workbooks โดยเก็บไว้ที่ตัวแปร cur

Active ไฟล์ Excel ที่เปิดล่าสุดผ่านการอ้างอิงเพื่อเตรียมเข้าไปอ่านหรือทำงานในไฟล์ Excel นั้น

ดำเนินการภายในไฟล์ Excel ที่ Active

เมื่อเสร็จแล้วปิดไฟล์ Excel ที่ Active ด้วยคำสั่ง Close

Workbooks(actWBName).Activate
End With

ทำการกำหนดให้ไฟล์ Excel ที่เรียกใช้งาน Macro นี้ Activate โดยผ่านการอ้างอิงด้วยชื่อไฟล์ ในตัวแปร actWBName

จบแล้วครับสำหรับการเปิดไฟล์ Excel ก่อนเข้าไปอ่านข้อมูลหรือกระทำการใดๆ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านนะครับ สวัสดีครับ

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

Excel trip ตอน การทำซ้ำด้านบน (Repeat a Row)

สวัสดีท่านผู้อ่าน How to excel บทความตอนนี้เป็นหัวข้อใหม่ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้ใช้ Excel นะครับ Excel trip เป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ผมอยากนำเสนอเป็นหัวข้อๆไปตามแต่โอกาสจะอำนวยนะครับ มาดู excel trip อันแรกที่ผมคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่ทราบ(เช่นผมเป็นต้น) นั่นคือการพิมพ์ซ้ำหัวตาราง ผมพบปัญหานี้เมื่อแฟนผมโทรมาถามสาเหตุที่เธอไม่สามารถใช้คำสั่งนี้ได้ ผมเองไม่เคยใช้ ตัวเธอเองบอกว่า Excel มีคำสั่งตั้งค่าให้พิมพ์หัวตารางซ้ำๆกันได้ทุกหน้า ใช่แล้วครับ ท่านผู้อ่านที่ต้องพิมพ์รายการสินค้าที่มีข้อมูลมากกว่าหนึ่งหน้าโดยในแต่ละหน้าในบรรทัดแรกจะมีรายการบนหัวตารางที่เหมือนๆกัน สมมุติผมมีรูปแบบการเก็บข้อมูลสินค้าในไฟล์ Excel ดังภาพที่ 1

Exceltrip

ภาพที่ 1 ข้อมูลในหัวตารางที่ต้องการพิมพ์ซ้ำ

หากมีจำนวนสินค้าที่ต้องการพิมพ์ออกมากกว่าหนึ่งหน้าโดยในหน้าถัดไปเราต้องการพิมพ์หัวตารางซ้ำดังแสดงในภาพที่ 1 เราสามารถใช้คำสั่งใน Excel ได้ดังนี้ ให้ไปที่เมนูแฟ้มเลือกคำสั่ง ตั้งค่าหน้ากระดาษ… Excel จะเรียกหน้าต่างการตั้งค่าหน้ากระดาษมาแสดงดังภาพที่ 2 ให้ผู้ใช้เลือกแท็บแผ่นงาน ในหัวหัวข้อชื่อเรื่องที่จะพิมพ์ ช่องแถวที่จะพิมพ์ซ้ำด้านบนให้เลือกแถวที่ 1 ทั้งหมดดังแสดงในภาพที่ 2 เสร็จแล้วคลิกปุ่ม ตกลง

ExcelPageSetUp

ภาพที่ 2 หน้าต่างการตั้งค่าหน้ากระดาษ ใน Excel

แค่นี้เราก็จะได้หัวตารางที่ซ้ำๆกันในทุกหน้าของกระดาษแล้วครับ โดยจำนวนแถวที่จะพิมพ์ซ้ำบนหัวตารางสามารถเลือกได้หลายแถวนะครับ เช่น $1:$3 จะหมายถึงให้พิมพ์ซ้ำข้อมูลในแถวที่ 1 – 3 ในหัวตารางแต่ละหน้าครับ

ท่านผู้อ่านจะเห็นว่ายังสามารถสั่งพิมพ์ซ้ำทางด้านซ้ายของกระดาษได้อีกด้วยลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ แล้วท่านจะรู้สึกรัก Excel ขึ้นอีกเป็นกอง โอ้ Excel ทำได้ บทความนี้หวังว่าคงช่วยท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้หรือย่งไม่เคยลอง คำสั่ง Excel นี้ เดี๋ยว Excel trip คราวต่อไปผมจะนำเสนอ การพิมพ์ซ้ำตรงด้านล่างของหน้า เอว่าแต่จะไปใช้ทำไรหล่ะพิมพ์ซ้ำตรงด้านล่าง ผมเชื่อว่าต้องมีผู้ประสบปัญหานี้อยู่แน่ๆ แล้วมาติดตามกันต่อครับ

ปล ผมศึกษาไว้เพราะกำลังจะนำไปใช้ในรายงานการประเมินผลงานด้วยระบบ KPI นั่นเองครับ ราตรีสวัสดิ์ครับท่านผู้อ่าน How to excel

Excel tips

การสลับแถวสลับหลักของข้อมูล

pdf creator สำหรับแปลงไฟล์ข้อมูล excel

การแปลงเป็น pdf จากไฟล์หลายรูปแบบ

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com