แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตราดอกเบี้ย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตราดอกเบี้ย แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ท่านผู้อ่านสามารถคิดดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตได้อย่างต่อเนื่อง ตามได้นำเสนอไปแล้วในการคำนวณหนี้เงินกู้ เราจะพบว่าหนี้เงินกู้ประเภทสินเชื่อเงินสด และหนี้จากบัตรเครดิต เจ้าหนี้จะคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน หากท่านผู้อ่านสังเกตตัวอย่างการคำนวณด้านหลังของใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตหรือใบแจ้งหนี้บัตรเงินสด เราจะพบตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยให้เราทราบ เอาหล่ะครับมีกฎข้อหนึ่งที่ต้องจำคือดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตจะคิดก็ต่อเมื่อเราชำระหนี้ต่ำกว่ายอดที่เรียกเก็บภายในกำหนดเวลา ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ทันทีที่เรากดใช้เงินสด ดังนั้นตัวแปรที่เราต้องทราบในการคำนวณดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดคือ วันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย และวันที่เราเบิกถอนเงินสด หรือวันที่เรารูดบัตรเครดิตซื้อของ (ในกรณีที่เราติดค้างหนี้บัตรเครดิตอยู่) มีสูตร excel ที่ใช้คำนวณระยะห่างระหว่างวันได้โดยง่าย เพียงกำหนดรูปแบบของ cell ให้เป็นแบบ date (d/m/yyyy) เราสามารถคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันถอนหรือรูดบัตรถึงวันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ยได้ตามสูตรดังนี้

INT = PV*อัตราดอกเบี้ย(%)*day/365   (สมการที่ 1)
เมื่อ
  • INT คือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากเงินต้นก้อนนั้น
  • PV คือเงินต้น
  • อัตราดอกเบี้ย ให้คิดรวมค่าธรรมเนียมด้วย โดยปกติแหล่งเงินกู้ที่เป็นคนไทยจะมีอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมรายปีต่ำกว่าแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ อย่างเช่น UOB HSBC นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารเหล่านี้อนุมัติบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดในวงเงินที่สุงกว่าและง่ายกว่า
  • day คือจำนวนวันตั้งแต่รูดบัตรถึงวันที่คำนวณดอกเบี้ย
เราจะออกแบบการคำนวณในโปรแกรม excel โดยให้ท่านดำเนินการสร้างแบบฟอร์มดังภาพที่ 1


ภาพที่ 1 แบบฟอร์มการคำนวณดอกเบี้ย


กำหนดรูปแบบของเซลล์ต่างๆดังนี้
  • C1 กำหนดรูปแบบเป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • C2 ป้อนอัตราดอกเบี้ย
  • กำหนดรูปแบบของ A5:A18 เป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • กำหนดรูปแบบของ D5:D18 เป็นแบบ General โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณจำนวนวันได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ D5 = IF(ISBLANK(A5),"",($C$1-A5)+1)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง D6:D18
  • กำหนดรูปแบบของ E5:E18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข  โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณดอกเบี้ยตามสมการที่ 1 ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ E5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5*D5*$C$2/365)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง E6:E18
  • กำหนดรูปแบบของ F5:F18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณเงินต้นบวกดอกเบี้ย ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ F5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5+F5)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง F6:F18
  • กำหนดรูปแบบของ E19:F19 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณผลรวมเงินต้นและดอกเบี้ยของทุกรายการได้ดังนี้
    • สูตร excel ของ F19 = SUM(F5:F18)
    • สูตร excel ของ E19 = SUM(E5:E18)
เมื่อท่านผู้อ่านกำหนดแบบฟอร์มใน excel เสร็จแล้วทดลองกรอกรายการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ จะได้ดังภาพที่ 2 ลองไปใช้งานกันดูนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านเพื่อจะได้ทราบสถานการณ์ดอกเบี้ยเงินกู้ของท่านผู้อ่าน


ภาพที่ 2 ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ย

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การใช้ excel ช่วยคำนวณด้านการเงิน : เงินฝากประจำแบบพิเศษ

การใช้ excel ในบทความนี้จะขออธิบายการคำนวณการเงิน ที่เกี่ยวข้องกับค่าเงิน ดอกเบี้ย ซักเล็กน้อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่สนใจ การเงิน หากกล่าวถึง การเงิน เรื่องพื้นฐานที่ต้องทราบก็คือ ค่าเงินปัจจุบัน ค่าเงินอนาคต ซึ่งการคำนวณการเงินดังกล่าวจะมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเงิน นั่นคืออัตราดอกเบี้ย และเวลา นั่นเองครับ เงิน 100 บาทในวันนี้หากนำไปฝากธนาคารอีก 2 ปี ค่าเงินก็จะเปลี่ยนไปตามอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับค่าเงินเฟ้อนั่นเองครับ เรามาดูพื้นฐานการคำนวณด้านการเงินกันก่อนครับ ในบทความนี้เราจะกำหนดค่าเงินไว้ 2 ประเภทคือ ค่าเงินในปัจจุบัน และค่าเงินในอนาคต โดยจะแทนด้วยตัวแปร PV และ FV อัตราดอกเบี้ยต่อปีจะแทนด้วย R และเวลาเป็นปีจะแทนด้วย n ครับ มาดูการคิดค่าเงินกันเลยครับ

สมมุติมีเงินในปัจจุบัน PV บาท นำไปฝากธนาคาร ที่มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก R% ต่อปี ดังนั้นหนึ่งปีถัดไปค่าเงินในอนาคตที่หนึ่งปีจะมีค่าเท่ากับ PV*(1+R%) เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ค่าเงินในอนาคตจะมีค่าเท่ากับ

เงินต้นปีที่ 1 *(1+R%) = PV*(1+R%)*(1+R%) = PV(1+R%)^2

ดังนั้นจากความสัมพันธ์ดังกล่าว เราสามารถคำนวณค่าเงิน ณ ปีที่ n ได้เท่ากับ

FV = PV*(1+R%)^n

ในทำนองเดียวกันเราก็สามารถใช้ความสัมพันธ์นี้คำนวณย้อนกลับได้เพื่อหาค่าเงินในปัจจุบันหากเราต้องการมีเงินในอนาคต สามารถเขียนได้เป็น

PV = FV/(1+R%)^n

จะสูตรคำนวณค่าเงินที่ได้นำเสนอมาเราสามารถใช้ excel ช่วยในการคำนวณได้อย่างไม่ยากนัก มาดูกันต่อครับ ปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่จะมีบริการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทพิเศษซึ่งดอกเบี้ยจะไม่ถูกหักเป็นภาษีเงินได้ครับ นั่นคือบัญชีเงินฝากลักษณะที่ต้องฝากประจำทุกเดือนเดือนละเท่าๆกัน จนครบระยะเวลาที่กำหนดครับ ซึ่งธนาคารจะให้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากทั่วๆไป เรามาดูกันครับว่ามีวิธีการคิดอย่างไร โดยเราจะใช้สูตรการคำนวณการเงินดังที่ได้นำเสนอมาครับ โดยมีแนวคิดของการฝากสะสมทุกเดือนว่า เงินต้นรวมดอกเบี้ยของเดือนที่ผ่านมาจะเป็นเงินต้นของเดือนปัจจุบัน เอาหล่ะครับมาดูแบบฟอร์มการใช้ excel กันก่อนเลยครับ

การเงิน

ภาพที่ 1 แบบฟอร์มการใช้ excel คำนวณค่าเงินในอนาคต

จากภาพที่ 1 เป็นการคำนวณค่าเงินฝากในอนาคตสิ้นสุดเดือนที่ 12 ของการฝากเงินเป็นประจำทุกเดือน เดือนละ 1000 บาท โดยในหลัก F เป็นค่าเงินในอนาคตที่สิ้นสุดทุกๆปลายเดือนซึ่งจำคำนวณได้ด้วยสูตร FV = PV*(1+R%/12) ครับ เนื่องจากระยะเวลาห่างกันเท่ากับ 1 เดือน จากนั้นเงินต้นของเดือนถัดมาก็จะถูกคำนวณโดยใช้สูตร excel เช่น

ใน E2 = F1 + $E$1

สุดท้ายก็จะได้ค่าเงินในอนาคตเมื่อสิ้นสุดเดือนที่ 12 ดังภาพที่ 1 ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าการคำนวณตามแบบฟอร์มการใช้ excel ดังกล่าว ค่าอัตราดอกเบี้ยในแต่ละเดือนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน (ในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน อัตราดอกเบี้ยมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด) แต่หากอัตราดอกเบี้ยมีค่าเท่ากันตลอดระยะเวลาที่ฝาก ก็สามารถใช้สูตร excel ด้านการเงินช่วยคำนวณได้เลย โดยรูปแบบของสูตร excel มีดังนี้

FV(rate,nper,pmt,[pv],[type])

ในกรณีของตัวอย่างการคิดค่าเงินในอนาคตสามารถใช้สูตร excel ได้ดังนี้

FV(4%/12,12,-1000,0,1) จะได้ค่าเงินฝากในอนาคตเดือนที่ 12 เท่ากัน แต่หากใช้สูตร

FV(4%/12,12,-1000,0,0) จะได้ค่าเงินฝากเฉพาะเงินต้นในเดือนที่ 12 ครับ

จากบทความนี้ก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อประมาณการด้านการเงินในกรณีการฝากเงินของทุกท่านได้ครับ ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งครับ การกู้เงินถือเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อนครับ ดังนั้นการคำนวณเงินกู้ก็จะเป็นไปในทำนองคล้ายกันครับ สวัสดีครับ

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com