แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกเบี้ยเงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดอกเบี้ยเงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เปรียบเทียบการคิดดอกเบี้ยของสินเชื่อแบบต่างๆ

การคิดดอกเบี้ยในการผ่อนชำระของการกู้แบบต่างๆ จะมีวิธีการคิด 2 วิธี ดังนี้ครับ
1. Simple Interest Method เป็นวิธีการคิดแบบ ต้นลดดอกลด  โดยยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนจะเท่ากันและประกอบไปด้วย เงิน + ดอกเบี้ย โดยจะคิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นที่คงค้างเท่านั้น ดังนั้นในงวดแรกๆจะมีดอกเบี้ยมากกว่างวดหลังๆ 
2. Add-ON Method เป็นยอดผ่อนชำระต่อเดือนหาได้จากการนำเงินต้น + ดอกเบี้ยและนำมาหารเฉลี่ย ดังสมการ
                        เงินผ่อนต่อเดือน = (เงินต้น + ดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมด)/จำนวนงวดที่ต้องการผ่อน

ทีนี้มาถึงแนวคิดหล่ะครับ ส่วนใหญ่ ดอกเบี้ยแบบ Add-ON Method มักจะดูมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยแบบ Simple Interest Method แต่อย่าลืมว่า อัตราดอกเบี้ยทั้ง 2 Method มีนิยามที่ไม่เหมือนกัน การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยทั้งสอง Method จะต้องเปรียบเทียบด้วย อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Annual Percentage Rate : APR) ครับ ซึ่งผมขอสรุปดังนี้นะครับ
1. การคิดดอกเบี้ยแบบ Simple Interest Method ค่า APR จะเท่ากับดอกเบี้ยที่ระบุตามสินเชื่อนั้นๆเลยครับ
2. การคิดดอกเบี้ยแบบ Add-ON Method ค่า APR จะมีค่าสูงกว่าดอกเบี้ยที่ระบุ โดยมีสูตรคำนวณโดยประมาณดังนี้

                APR = n(95N+9)I/((12N(N+1)(4P+I))
เมื่อ n คือ จำนวนงวดที่ต้องผ่อนชำระใน 1 ปี
N คือจำนวนงวดที่ต้องผ่อนทั้งหมด
I คือ ดอกเบี้ยจ่าย (บาท)
P คือ เงินต้น (บาท)

เรามาดูกันต่อครับ สินเชื่อประเภทใดคิดดอกเบี้ยแบบไหนกันบ้างครับ 
1. Simple Interest Method เช่น การกู้ซื้อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล กู้ตกแต่งบ้าน ฯลฯ
2. Add-ON Method เช่น กู้ซื้อรถยนต์ รถยนต์มือสอง เป็นต้น

แต่จุดมุ่งหมายของบทความนี้คืออยากให้ท่านผู้อ่านหยุดพิจารณาข้อเสนอของสถาบันการเงินต่างๆ ดูก่อนนะครับ ระยะหลังที่พบตามใบปลิวหรือหน้าร้านทองต่างๆ หรือ การแบ่งจ่ายบัตรเครดิตที่เซลล์โทรมาเสนอท่านนะครับ ถ้าไม่ใช่ผ่อนดอกเบี้ย 0% ดอกเบี้ยที่ระบุในคำโฆษณา คือ ดอกเบี้ยประเภท  Add-ON Method ท่านผู้อ่านต้องคำนวณ APR ดูก่อนนะครับก่อนตัดสินใจ ซึ่งดอกเบี้ยที่แท้จริงหากต่ำกว่า 20 -28% ต่อปีก็ถือว่า OK อยู่ครับ ผมได้ทำตัวอย่างแบบจำลองดอกเบี้ย APR จากข้อมูลดอกเบี้ยแบบ Add-ON Method มาเพื่อเป็นตัวอย่าง โดยจะขอยกตัวอย่างการผ่อนทองคำครับ ลองมาดูกันเลย ตามปกติการผ่อนทองคำ จะมีค่าธรรมเนียมการผ่อนเพิ่มขึ้นมาด้วยซึ่งเราจะต้องรวมไว้เป็นดอกเบี้ย (I) ด้วยครับ สมมุติ เราตกลงผ่อนทองคำน้ำหนัก 5 บาท ราคาบาทละ 18,500 บาท(รวมค่ากำเหน็จ) ผ่อน 10 เดือน ดอกเบี้ย 0.55%/เดือน ค่าธรรมเนียม 2.5% ต่อเดือน  มาดูผลการคำนวณ APR จากแบบจำลองใน Excel เลยครับ

download Excel ไฟล์ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ยแท้จริงได้เลยครับ

จากแบบจำลองท่านจะเห็นว่า APR ขึ้นอยู่กับจำนวนงวดที่ผ่อนและดอกเบี้ย โดยหากจำนวนงวดเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงก็จะลดลง แต่อย่าลืม ดอกเบี้ยรวมที่เราต้องจ่ายก็มากขึ้นด้วยครับ ที่สำคัญ ร้านทองโดยส่วนใหญ่หากจำนวนงวดมากกว่า 10 เดือน เขาก็จะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นอีก จะเห็นว่าเราก็ได้แต่รู้แต่ยังถึงอย่างไรผู้กำหนดอัตราดอกเบี้ยก็ยังเป็นร้านค้าอยู่ดีครับ แต่หากท่านคำนวณแล้วพบว่ายังต่ำกว่าดอกเบี้ยแบบ ต้นลดดอกลด หากยืนยันจะผ่อนเพื่อเป็นทรัพย์สินก็สุดแล้วแต่ละท่านครับ ที่สำคัญ ค่างวดที่ต้องชำระในแต่ละงวดมีผลกระทบกับ Cash flow ของท่านในแต่ละเดือนหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากครับในการพิจารณาเพิ่มภาระหนี้สินระยะสั้นครับ



วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ท่านผู้อ่านสามารถคิดดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตได้อย่างต่อเนื่อง ตามได้นำเสนอไปแล้วในการคำนวณหนี้เงินกู้ เราจะพบว่าหนี้เงินกู้ประเภทสินเชื่อเงินสด และหนี้จากบัตรเครดิต เจ้าหนี้จะคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน หากท่านผู้อ่านสังเกตตัวอย่างการคำนวณด้านหลังของใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตหรือใบแจ้งหนี้บัตรเงินสด เราจะพบตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยให้เราทราบ เอาหล่ะครับมีกฎข้อหนึ่งที่ต้องจำคือดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตจะคิดก็ต่อเมื่อเราชำระหนี้ต่ำกว่ายอดที่เรียกเก็บภายในกำหนดเวลา ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ทันทีที่เรากดใช้เงินสด ดังนั้นตัวแปรที่เราต้องทราบในการคำนวณดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดคือ วันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย และวันที่เราเบิกถอนเงินสด หรือวันที่เรารูดบัตรเครดิตซื้อของ (ในกรณีที่เราติดค้างหนี้บัตรเครดิตอยู่) มีสูตร excel ที่ใช้คำนวณระยะห่างระหว่างวันได้โดยง่าย เพียงกำหนดรูปแบบของ cell ให้เป็นแบบ date (d/m/yyyy) เราสามารถคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันถอนหรือรูดบัตรถึงวันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ยได้ตามสูตรดังนี้

INT = PV*อัตราดอกเบี้ย(%)*day/365   (สมการที่ 1)
เมื่อ
  • INT คือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากเงินต้นก้อนนั้น
  • PV คือเงินต้น
  • อัตราดอกเบี้ย ให้คิดรวมค่าธรรมเนียมด้วย โดยปกติแหล่งเงินกู้ที่เป็นคนไทยจะมีอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมรายปีต่ำกว่าแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ อย่างเช่น UOB HSBC นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารเหล่านี้อนุมัติบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดในวงเงินที่สุงกว่าและง่ายกว่า
  • day คือจำนวนวันตั้งแต่รูดบัตรถึงวันที่คำนวณดอกเบี้ย
เราจะออกแบบการคำนวณในโปรแกรม excel โดยให้ท่านดำเนินการสร้างแบบฟอร์มดังภาพที่ 1


ภาพที่ 1 แบบฟอร์มการคำนวณดอกเบี้ย


กำหนดรูปแบบของเซลล์ต่างๆดังนี้
  • C1 กำหนดรูปแบบเป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • C2 ป้อนอัตราดอกเบี้ย
  • กำหนดรูปแบบของ A5:A18 เป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • กำหนดรูปแบบของ D5:D18 เป็นแบบ General โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณจำนวนวันได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ D5 = IF(ISBLANK(A5),"",($C$1-A5)+1)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง D6:D18
  • กำหนดรูปแบบของ E5:E18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข  โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณดอกเบี้ยตามสมการที่ 1 ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ E5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5*D5*$C$2/365)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง E6:E18
  • กำหนดรูปแบบของ F5:F18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณเงินต้นบวกดอกเบี้ย ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ F5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5+F5)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง F6:F18
  • กำหนดรูปแบบของ E19:F19 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณผลรวมเงินต้นและดอกเบี้ยของทุกรายการได้ดังนี้
    • สูตร excel ของ F19 = SUM(F5:F18)
    • สูตร excel ของ E19 = SUM(E5:E18)
เมื่อท่านผู้อ่านกำหนดแบบฟอร์มใน excel เสร็จแล้วทดลองกรอกรายการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ จะได้ดังภาพที่ 2 ลองไปใช้งานกันดูนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านเพื่อจะได้ทราบสถานการณ์ดอกเบี้ยเงินกู้ของท่านผู้อ่าน


ภาพที่ 2 ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ย

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ตารางช่วยคำนวณสินเชื่อหรือเงินกู้เพื่อการบริโภค (Consumer loans Table)

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ช่วงนี้หลายท่านประสบปัญหาอุทกภัยทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับการฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สิน การขอสินเชื่อเพื่อการบริโภคเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับท่านที่มีเงินเก็บหรือเงินสำรองไม่พอ หรืออาจจะไม่มีทรัพย์สิน ทั้งนี้การเลือกแหล่งให้สินเชื่อเพื่อการบริโภคเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละท่านก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาคือ เงินต้นที่ต้องการ ระยะเวลาในการผ่อนชำระเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ บทความนี้เราจะนำเสนอการใช้ excel สร้างตารางเพื่อช่วยคำนวณสินเชื่อหรือเงินกู้ ซึ่งจะทำให้ท่านผู้อ่านสามารถประมาณการได้เมื่อต้องไปติดต่อขอสินเชื่อเงินกู้กับแหล่งให้สินเชื่อ ก่อนอื่นมาดูองค์ประกอบของตารางช่วยคำนวณสินเชื่อก่อนครับ โดยเราจะคิดยอดการผ่อนชำระสินเชื่อหรือเงินกู้ที่เงินต้น 1,000 บาท โดยกำหนดให้แถวที่สองในแนวนอนของตารางเป็นจำนวนเดือนในการผ่อนชำระเงินกู้หรือสินเชื่อ หลักแรกของตารางเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือสินเชื่อต่อปี ครับ ดังแสดงในภาพที่ 1

ตารางคำนวณเงินกู้

ภาพที่ 1 รูปแบบตารางคำนวณเงินกู้หรือสินเชื่อ

การใช้สูตร excel ช่วยคำนวณ เราจะใช้สูตร excel : PMT และ ABS ช่วยคำนวณครับ โดย PMT เป็นสูตรช่วยคำนวณหายอดการผ่อนชำระเงินกู้ ABS ช่วยแปลงผลลัพธ์การคำนวณจากสูตร PMT ให้มีค่าเป็นบวก ดังนั้นที่ CELL B3 เราจะคำนวณยอดการผ่อนชำระเงินกู้ได้โดยการเขียนสูตร excel ดังนี้

= ABS(PMT($A3/12,B$2,1000,0,0))

เราสามารถ drag สูตร excel ดังกล่าวครอบคลุมทั้งตารางจะได้ตารางช่วยคำนวณเงินกู้หรือสินเชื่อดังแสดงในภาพที่ 2

ตารางคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้

ภาพที่ 2 ตารางช่วยคำนวณสินเชื่อหรือเงินกู้ (เงินต้น 1,000 บาท)

จากภาพที่ 2 หากท่านต้องการเงินกู้ 20,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ย 28% ต่อปี ระยะเวลาการผ่อนชำระ 24 เดือน ท่านจะต้องผ่อนชำระกับแหล่งสินเชื่อเงินกู้เท่ากับ (20,000/1,000)x54.89 = 1,097.77 บาทต่อเดือน

ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าหากสร้างตารางคำนวณสินเชื่อหรือเงินกู้แล้วทำการพิมพ์ใส่กระดาษเก็บไว้ ท่านผู้อ่านก็จะสามารถคำนวณหายอดผ่อนชำระเงินกู้หรือสินเชื่อได้ทันทีทุกที่ เพราะจากตัวอย่างการคำนวณสินเชื่อท่านผู้อ่านจะเห็นว่าเราเพียงใช้โทรศัพท์มือถือธรรมดาๆก็สามารถคำนวณสินเชื่อให้ท่านผู้อ่านได้แล้วครับ อย่าลืมหลักการขอสินเชื่อของท่านให้ดีนะครับ ยอดผ่อนชำระเงินกู้จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่เรามีความสามารถในการผ่อนชำระได้ครับ สวัสดีครับ

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com