แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนี้เงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนี้เงินกู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การใช้ pivot table ใน excel ช่วยวิเคราะห์รายจ่ายประจำวัน

ผมเคยนำเสนอ การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย excel : Pivot Table ไปแล้วในบทความแรกๆของ blog ในบทความนี้จะขอกล่าวถึง Pivot table อีกครั้ง ตามปกติท่านผู้อ่านจะมีรายการใช้จ่ายในแต่ละวันมากมายทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น โดยรายจ่ายบางรายการถือว่าไม่จำเป็นซึ่งจะเป็นรอยรั่วทางการเงินของเราครับ สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเงินให้ได้หรือต้องการปลดหนี้ ทั้งหนี้นอกระบบ หนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อ ขั้นตอนแรกที่กูรูทางการเงินส่วนบุคคลแนะนำคือ การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายประจำวันของครอบครัว หรือของตัวเอง เพื่อกำจัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป โดยการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายประจำวันในแต่ละเดือน ซึ่งการบันทึกรายจ่ายต่างๆลงใน excel ก็เป็นวิธีการที่ดี โดยขอให้จำแนกรายจ่ายต่างๆลงเป็นหมวดหมู่ต่างๆ และนำ Pivot table เข้ามาช่วยจำแนกค่าใช้จ่ายหมวดต่างๆได้อย่างไม่ยากนัก จากนั้นให้ท่านผู้อ่านกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายในหมวดต่างๆ และกำหนดวิธีการที่จะลดค่าใช้จ่ายในหมวดต่างๆที่ไม่จำเป็น โดยระหว่างที่ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายประจำวันนั้นก็ให้ท่านบันทึกลงใน excel และใช้ Pivot table วิเคราะห์ในทุกๆเดือน หากวิธีการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นของท่านผู้อ่านได้ผล ท่านก็จะมีเงินเหลือเก็บเพิ่มขึ้นทุกเดือน Excel เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ท่านวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ แต่จะได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านผู้อ่านหล่ะครับ ผมขอยกตัวอย่างการบันทึกรายจ่ายประจำวันขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อให้เห็นแนวทาง โดยจะแบ่งหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้ดังนี้
1. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 
2. ค่าชำระบัตรเครดิตแต่ละเดือน
3. ค่าผ่อนสินค้า
4. ค่าเดินทาง
5. ค่าเสื้อผ้า
6. ค่าศึกษาหาความรู้
7. ค่าสาธารณูปโภค
8. ค่าน้ำมัน
9. ค่าสันทนาการ เช่น เที่ยว ดูหนัง ดูเดี่ยว11
10. ค่าทำบุญทำทาน
11. ค่าซ่อมรถ

การออกแบบตารางใน excel เพื่อเตรียมการบันทึกข้อมูลเป็นไปตามภาพที่ 1 โดยจะกำหนดให้ หลัก หมวด เป็นแบบรายการแบบไดนามิกส์ (ผมได้นำเสนอวิธีการสร้างรายการแบบไดนามิกส์ไปแล้วไปศึกษาได้ครับ) เพื่อให้สะดวกในการเลือก หมวด รายการค่าใช้จ่ายครับ 


ภาพที่ 1 ตัวอย่างตารางสำหรับบันทึกข้อมูล

เมื่อท่านใช้ Pivot Table วิเคราะห์ข้อมูลตามที่ได้อธิบายใน การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย excel : Pivot Table ท่านจะได้ข้อสรุปค่าใช้จ่ายตามหมวดหมู่ต่างๆ ดังภาพที่ 2 จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของท่านที่จะกำหนดแผนที่จะลดค่าใช้จ่ายประจำวันที่ไม่จำเป็นออกไปครับ และก็วนบันทึกข้อมูลรายจ่ายประจำวันของเดือนต่อไปและใช้ Pivot Table วิเคราะห์ผลการดำเนินงานครับ ขอให้ประสบความสำเร็จในการลดรายจ่ายและเพิ่มเงินเก็บนะครับ ยังมีตัวอย่างการใช้ Pivot Table มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลอีกโปรดติดตามครับ



ภาพที่ 2 ผลที่ได้จากการใช้ Pivot Table 

หัวข้อเกี่ยวข้องกับการใช้ Pivot Table




วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน

การใช้ excel คำนวณดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตแบบรายวัน เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ท่านผู้อ่านสามารถคิดดอกเบี้ยเงินกู้หรือบัตรเครดิตได้อย่างต่อเนื่อง ตามได้นำเสนอไปแล้วในการคำนวณหนี้เงินกู้ เราจะพบว่าหนี้เงินกู้ประเภทสินเชื่อเงินสด และหนี้จากบัตรเครดิต เจ้าหนี้จะคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน หากท่านผู้อ่านสังเกตตัวอย่างการคำนวณด้านหลังของใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตหรือใบแจ้งหนี้บัตรเงินสด เราจะพบตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยให้เราทราบ เอาหล่ะครับมีกฎข้อหนึ่งที่ต้องจำคือดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตจะคิดก็ต่อเมื่อเราชำระหนี้ต่ำกว่ายอดที่เรียกเก็บภายในกำหนดเวลา ในขณะที่บัตรกดเงินสดจะคิดดอกเบี้ยเงินกู้ทันทีที่เรากดใช้เงินสด ดังนั้นตัวแปรที่เราต้องทราบในการคำนวณดอกเบี้ยหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดคือ วันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ย และวันที่เราเบิกถอนเงินสด หรือวันที่เรารูดบัตรเครดิตซื้อของ (ในกรณีที่เราติดค้างหนี้บัตรเครดิตอยู่) มีสูตร excel ที่ใช้คำนวณระยะห่างระหว่างวันได้โดยง่าย เพียงกำหนดรูปแบบของ cell ให้เป็นแบบ date (d/m/yyyy) เราสามารถคำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันถอนหรือรูดบัตรถึงวันที่ต้องการคำนวณดอกเบี้ยได้ตามสูตรดังนี้

INT = PV*อัตราดอกเบี้ย(%)*day/365   (สมการที่ 1)
เมื่อ
  • INT คือดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากเงินต้นก้อนนั้น
  • PV คือเงินต้น
  • อัตราดอกเบี้ย ให้คิดรวมค่าธรรมเนียมด้วย โดยปกติแหล่งเงินกู้ที่เป็นคนไทยจะมีอัตราดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมรายปีต่ำกว่าแหล่งเงินกู้ต่างประเทศ อย่างเช่น UOB HSBC นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ธนาคารเหล่านี้อนุมัติบัตรเครดิตหรือบัตรเงินสดในวงเงินที่สุงกว่าและง่ายกว่า
  • day คือจำนวนวันตั้งแต่รูดบัตรถึงวันที่คำนวณดอกเบี้ย
เราจะออกแบบการคำนวณในโปรแกรม excel โดยให้ท่านดำเนินการสร้างแบบฟอร์มดังภาพที่ 1


ภาพที่ 1 แบบฟอร์มการคำนวณดอกเบี้ย


กำหนดรูปแบบของเซลล์ต่างๆดังนี้
  • C1 กำหนดรูปแบบเป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • C2 ป้อนอัตราดอกเบี้ย
  • กำหนดรูปแบบของ A5:A18 เป็นแบบ Date(d/m/yyyy)
  • กำหนดรูปแบบของ D5:D18 เป็นแบบ General โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณจำนวนวันได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ D5 = IF(ISBLANK(A5),"",($C$1-A5)+1)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง D6:D18
  • กำหนดรูปแบบของ E5:E18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข  โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณดอกเบี้ยตามสมการที่ 1 ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ E5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5*D5*$C$2/365)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง E6:E18
  • กำหนดรูปแบบของ F5:F18 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณเงินต้นบวกดอกเบี้ย ได้ดังนี้
    • สมมุติสูตร excel ของ F5 = IF(ISBLANK(A5),"",C5+F5)
    • ก็อปปี้สูตร excel ไปในช่วง F6:F18
  • กำหนดรูปแบบของ E19:F19 เป็นแบบ Number แสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง และกำหนดเครื่องหมายคอมม่าเพื่อแยกหลักพันของตัวเลข โดยกำหนดสูตร excel เพื่อคำนวณผลรวมเงินต้นและดอกเบี้ยของทุกรายการได้ดังนี้
    • สูตร excel ของ F19 = SUM(F5:F18)
    • สูตร excel ของ E19 = SUM(E5:E18)
เมื่อท่านผู้อ่านกำหนดแบบฟอร์มใน excel เสร็จแล้วทดลองกรอกรายการเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการคำนวณดอกเบี้ยเงินกู้ จะได้ดังภาพที่ 2 ลองไปใช้งานกันดูนะครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านเพื่อจะได้ทราบสถานการณ์ดอกเบี้ยเงินกู้ของท่านผู้อ่าน


ภาพที่ 2 ตัวอย่างการคิดดอกเบี้ย

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com