แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวัด kpi แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวัด kpi แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง kpi : Performance Rate (kpi ด้านการผลิต)

ตัวอย่าง kpi ในบทความนี้ขอนำเสนอ องค์ประกอบที่สามของการคำนวณค่า OEE นั่นคือ ความเร็วในการผลิตสินค้า (Performance Rate) จุดประสงค์ในการวัด kpi ตัวนี้ก็เพื่อ วัดความเร็วในการผลิตสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพของเครื่องจักรและความสามารถของผู้ปฏิบัติงานกับเครื่องจักร ความเร็วในการผลิตสินค้าบางครั้งไม่สามารถคำนวณได้โดยตรง เนื่องจากมีความสูญเสียที่ไม่สามารถจับเวลาได้ แต่ก็ทำให้เครื่องจักรเสียกำลัง เช่น ไฟตก เครื่องเดินไม่เรียบเครื่องสะดุดหรือหยุดเล็กน้อย เป็นต้น เวลามาตรฐานในการทำงานต่อชิ้นสามารถช่วยให้เราแก้ปัญหาในการคำนวณได้ เพราะหากทราบเวลามาตรฐาน ก็จะทราบว่าตามเวลาเดินเครื่องควรจะผลิตงานได้กี่ชิ้นและในความเป็นจริงผลิตได้กี่ชิ้น

ข้อมูลการวัด kpi

  1. Theoritical Cycle Time คือเวลาที่ใช้ในการผลิตสินค้า 1 หน่วย (นาทีต่อชิ้น)
  2. Actual Output คือจำนวสินค้าที่ผลิตได้
  3. Operation Time = Loading Time - Downtime

สูตรการคำนวณ kpi

clip_image002

หน่วยวัด kpi : %

การรายงานผล kpi ควรรายงานเป็นรายสัปดาห์เพื่อให้สามารถติดตามและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

จบจากตัวอย่าง kpi นี้แล้ว บทความต่อไปผมจะนำเสนอ kpi template ในรูปแบบของสูตร excel เพื่อใช้บันทึกและคำนวณค่า OEE ต่อไปครับ สวัสดีครับ

ตัวอย่าง kpi ที่เกี่ยวข้อง

  1. OEE
  2. Quality Rate
  3. Availability Rate

วันเสาร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง kpi : Availability Rate (kpi ด้านการผลิต)

ตัวอย่าง kpi ด้านการผลิต ที่จะนำเสนอในบทความนี้เป็นองค์ประกอบที่ 2 ที่ใช้ในการวัด kpi ของค่า OEE หลังจากได้กล่าวถึง Quality Rate ไปแล้วในบทความที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดในด้านคุณภาพของสินค้า ตอนนี้มาพิจารณาความพร้อมใช้ของเครื่องจักรหรือของกระบวนการผลิตกันครับ kpi ตัวที่ใช้วัดคือ ความพร้อมของเครื่องจักร(Availability Rate) ซึ่งใช้วัดความพร้อมของเครื่องจักรที่สามารถผลิตสินค้าได้จริง โดยนำเวลาที่ใช้ในการผลิต (Loading time) หักออกจากเวลาสูญเสียทั้งหมดออกไป มาดูกันครับว่าเราต้องใช้ข้อมูลดิบอะไรบ้าง

  1. Working Time คือเวลาทำงานทั้งหมดของเครื่องจักรที่กำหนดตามแผน
  2. Planned Halt Time คือเวลาที่เครื่องจักรหยุดโดยมีการกำหนดเอาไว้ เช่น การประชุมประจำก่อนเริ่มงาน การกำหนดหยุดซ่อมเครื่องจักร(การ PM เครื่องจักร) เป็นต้น
  3. Down Time คือ เวลาที่สูญเสียไปเนื่องจักรเครื่องจักรไม่สามารถทำงานหรือผลิตสินค้าได้
  4. Loading Time = Working Time - Planned Halt Time

สูตรคำนวณ kpi

clip_image002[5]

หน่วยวัด kpi : %

การรายงานผลการวัด kpi

ควรรายงานการวัด kpi เป็นรายสัปดาห์เพื่อให้สามารถติดตามการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจแยกเป็นเครื่องจักร หรือเป็นกระบวนการผลิต หรือรวมเป็นแต่ละโรงงาน

ข้อสังเกต

เนื่องจากการคำนวณ Availability Rate เกี่ยวข้องกับเวลาในการผลิต ดังนั้นจึงขอกล่าวถึงเวลาในการผลิตเพื่อให้นำไปคำนวณ kpi ได้อย่างถูกต้องรวมถึง ตัวอย่าง kpi อื่นๆที่จะกล่าวต่อไป โดยเวลาที่กล่าวถึงในการผลิตมีดังนี้

  1. Total Time คือเวลาเป็นนาทีในหนึ่งสัปดาห์ (กรณีเป็นการวัด kpi รายสัปดาห์) มีค่าเท่ากับ 7*24*60 = 10,080 นาที ต่อสัปดาห์/เครื่อง
  2. Available Time = Total Time – Unavailable Time เมื่อ Unavailable Time คือวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดประจำปีที่ตรงกับสัปดาห์นั้นๆ หน่วยเป็น นาที
  3. Used Time = Available Time - Available Unsed Time เมื่อ Available Unsed Time คือเวลาที่เครื่องพร้อมผลิตแต่ไม่สามารถผลิตได้เนื่องจากไม่มีแผนผลิตหรือการสั่งซื้อ
  4. Operation Time = Used Time - Planned Halt Time เมื่อ Planned Halt Time คือ เวลาที่จงใจวางแผนไม่ผลิตสินค้าเช่น เวลาในการวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักร เวลาในการประชุมประจำวันก่อนเริ่มงานเป็นต้น
  5. Production Time = Operation Time - Routine Operation Time เมื่อ Routine Operation Time คือเวลาที่ต้องหยุดเครื่องจักรเป็นประจำ เช่น Cleaning , Start up, Adjustment , Shut down,Change over
  6. Effective Time = Production Time – Unexpect Stoppage เมื่อ Unexpect Stoppage คือเวลาที่หยุดโดยไม่คาดคิด เช่น เครื่องจักรเสีย วัตถุดิบหมดกระทันหัน ไฟดับ นำไม่ไหล คนงานมีจำนวนไม่พอ เป็นต้น

จากนิยามของเวลาในการผลิตจะพบว่า หากเราสามารถลด Unexpect Stoppage หรือ Down Time และ Planned Halt Time ลงได้ จะทำให้เครื่องจักรมีความพร้อมที่จะผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงได้ในรูปของ Availability Rate สิ่งที่ควรระวังในการคำนวณ Availability Rate คือการนิยาม Down Time และ Planned Halt Time ให้ชัดเจนเพื่อความถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีการคำนวณหา Availability Rate อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งใช้ค่า MTTR และ MTBF ช่วยคำนวณ

เอาหล่ะครับ บทความนี้ผมก็ได้นำเสนอ ตัวอย่าง kpi ด้านการผลิตที่บ่งชี้ด้านสุขภาพของเครื่องจักรในการผลิตของเราไปแล้วนะครับ ในบทความต่อๆไปผมจะได้นำเสนอ kpi template ในรูปแบบของ excel เพื่อใช้วัด Availability Rate และให้ท่านผู้อ่านนำไปใช้ในการวัด kpi กันได้ต่อไปครับ ดูตัวอย่าง kpi ที่ผมนำเสนอได้ตามหัวข้อด้านล่างเลยครับ

ตัวอย่าง kpi ที่เกี่ยวข้อง

  1. OEE
  2. Quality Rate
  3. Performance Rate

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง kpi : Quality Rate (kpi ด้านการผลิต)

ตัวอย่าง kpi ในบทความนี้จะกล่าวถึง kpi ด้านการผลิตที่เป็นองค์ประกอบ 1 ใน 3 ของข้อมูลดิบซึ่งใช้ในการประเมินผลค่า OEE โดยเป็น kpi ซึ่งสามารถทำการวัด kpi ได้ไม่ยากมากนัก นั่นคือ ค่า Quality Rate(คุณภาพของสินค้า) จุดประสงค์ในการวัด kpi นี้คือใช้วัดปริมาณสินค้าที่มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ และยังนำไปเป็นข้อมูลดิบสำหรับการวัด kpi ค่า OEE เรามาดูข้อมูลดิบที่ต้องใช้ในการวัดคุณภาพสินค้ากันเลยครับ

  1. Defect คือจำนวนสินค้าที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้
  2. Actual Output คือจำนวนสินค้าที่ผลิตได้ทั้งหมด

สูตรคำนวณ kpi

clip_image002

หน่วยการวัด kpi : %

การรายงานผลหรือการวัดผล kpi

การรายงานผลควรประเมินผลเป็นรายสัปดาห์เพื่อใช้ติดตามผลและแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจแยกออกเป็นแต่ละฝ่ายแต่ละแผนก หรือแต่ละโรงงาน และควรสรุปค่าเฉลี่ยของ Quality Rate เพื่อรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงต่อไป

ท่านผู้อ่านจะเห็นว่า Quality Rate เป็น ตัวอย่าง kpi ที่เข้าใจได้ง่ายและสามารถวัดได้ง่ายไม่ซับซ้อน สามารถสร้างเป็น kpi template ใน Excel ได้ไม่ยากนัก

สิ่งที่พึงระมัดระวังเป็นอย่างมากในการวัด kpi ตัวนี้คือ การนับจำนวน defect ของสินค้า ผู้ทำการเก็บข้อมูลต้องทำความตกลงกันให้ชัดเจนในส่วนของมาตรฐานของสินค้า มีคำถามทิ้งท้ายให้ท่านผู้อ่านลองตัดสินดูนะครับ สินค้าที่ต้อง Rework จะถูกนับเป็น defect ของสินค้าหรือไม่ เพราะอย่าลืมนะครับว่า Quality Rate เป็น 1 ใน 3 ขององค์ประกอบในการคำนวณค่า OEE ดังนั้นหากการวัด kpi ไม่ถูกต้องจะส่งผลต่อค่า OEE ที่จะคำนวณในขั้นตอนต่อไปครับ

ตัวอย่าง kpi ด้านการผลิต

  1. OEE
  2. Availability Rate
  3. Performance Rate

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

ตัวอย่าง kpi : OEE kpi ด้านการผลิต

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมขอเสนอเนื้อหาอีกด้านหนึ่งของ blog จากที่ผ่านมาผมได้เสนอวิธีการประเมินผล kpi ไปแล้วบางส่วน แต่ในระบบ kpi นอกจากวิธีการประเมินผล kpi แล้ว การวัด kpi และ การรวบรวมตัวอย่าง kpi ก็มีความสำคัญเนื่องจากการเลือก kpi ที่เหมาะสมจะทำให้สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆได้มากขึ้น บทความในหมวดนี้จึงขอนำ ตัวอย่าง kpi มาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบ ในบทความนี้ขอนำเสนอ kpi ด้านการผลิตที่นิยมใช้ในการวัดประสิทธิภาพการผลิตนั่นคือ Overall Equipment Efficiency หรือ เรียกย่อๆว่าค่า OEE จุดประสงค์สำคัญของการวัด OEE ก็เพื่อวัดประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องจักรหรือกระบวนการผลิต ครอบคลุมถึงความพร้อมของเครื่องจักร (Availability Rate) ความเร็วในการผลิตสินค้า (Performance Rate) และคุณภาพของสินค้า (Quality Rate) เมื่อพิจารณาค่า OEE จะเห็นว่าเป็น ตัวอย่าง kpi ที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็น kpi ที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายผลิตเน้นการทำงานด้านใดด้านหนึ่ง ฝ่ายผลิตจะต้องใส่ใจกับปัจจัยทั้งสามด้าน

ข้อมูลดิบ

1. %Availability Rate (AR)

2. %Performance Rate (PR)

3. %Quality Rate (QR)

OEE calculations

OEE = (%AR)*(%PR)*(%QR)/10,000

หน่วย kpi : เปอร์เซนต์

การรายงานหรือการวัด kpi

ควรรายงานเป็นสัปดาห์เพื่อใช้ติดตามหรือแก้ปัญหาได้รวดเร็ว โดยอาจแยกเป็นแต่ละแผนก หรือแต่ละสายการผลิต หรือแต่ละโรงงาน อาจมีการสรุปเป็นรายเดือนหรือไตรมาสต่อผู้บริหาร โดยปกติค่า OEE จะอยู่ประมาณ 80%

การจัดเก็บข้อมูลดิบทั้งสามในรูปแบบของไฟล์ excel เพื่อนำมาคำนวณค่อนข้างซับซ้อนพอสมควรเนื่องจากข้อมูลดิบต่างๆที่ต้องจัดเก็บจะต้องมีความถูกต้องและตรงกับการนิยามค่าของข้อมูลดิบทั้งสาม โดยจะนำเสนอเป็นตัวอย่าง kpi ในบทความต่อๆไปนะครับ สวัสดีครับ

หมายเหตุ

OEE อาจจะใช้วัดประสิทธิภาพการทำงานในงานด้านอื่นได้นอกจากงานด้านการผลิต เช่นด้าน IT

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com