แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช็คคืออะไร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เช็คคืออะไร แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

วิธีการใช้เช็ค (How to used Cheque)

เราทุกคนสามารถเขียนเช็คสั่งจ่ายให้ตัวเองหรือผู้อื่นก็ได้ โดยเช็คจะมี 2 ส่วนคือส่วนต้นขั้วและส่วนสำหรับผู้รับเงิน โดยส่วนต้นขั้วเป็นส่วนที่มีไว้ให้ผู้สั่งจ่ายบันทึกรายละเอียดการใช้จ่ายเงิน โดยมีรายละเอียดการจ่ายเงินดังนี้

  1. วันที่จ่าย
  2. ผู้รับเช็ค
  3. จำนวนเงินสั่งจ่าย
  4. ยอดคงเหลือในบัญชี

ในส่วนของผู้รับเงิน ผู้สั่งจ่ายจะต้องเขียนรายละเอียดให้ครบถ้วนตามคำแนะนำในการใช้เช็คที่มีในสมุดเช็คของธนาคารต่างๆ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคปลีกย่อยสำหรับการใช้เช็ค เช่น

การขีดคร่อมเช็ค หมายถึงการขีดเส้นคู่ขนานบนมุมซ้ายด้านหน้าของเช็ค โดยในการสั่งจ่ายเช็คนั้นผู้สั่งจ่ายจะขีดคร่อมเช็ค หรือไม่ขีดคร่อมเช็คก็ได้ โดยกรณีที่ไม่ขีดคร่อมเช็ค ผู้ทรงเช็ค(ผู้ที่มีชื่อรับเงินตามเช็ค) สามารถนำเช็คไปขึ้นเงินสดได้เลย ในกรณีขีดคร่อมเช็คผู้ทรงเช็คจะไม่สามารถนำเช็คนั้นไปขึ้นเงินสดได้ทันที แต่จะต้องนำเช็คนั้นไปเข้าบัญชีเงินฝากของตนเองก่อนและต้องรอจนกว่าเช็คนั้นจะเรียกเก็บเงินได้จึงจะถอนเงินสดมาใช้ได้ โดยเช็คขีดคร่อมยังแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ

  1. เช็คขีดคร่อมทั่วไป (Cheque crossed generally) หมายถึงขีดเส้นคู่ขนานบนมุมซ้ายด้านหน้าเช็ค เช็คประเภทนี้ที่มีคำสั่งห้ามโอนเปลี่ยนมือจะมีคำดังต่อไปนี้
    1. A/C Payee Only หมายถึงโอนเข้าบัญชีผู้รับเงินเท่านั้น
    2. Not Transferable คือ ห้ามโอน
    3. Not Negotiable คือห้ามเปลี่ยนมือ
  2. เช็คขีดคร่อมเฉพาะ (Cheque crossed specially) หมายถึงเช็คที่มีการลงชื่อธนาคารใดธนาคารหนึ่งภายในระหว่างเส้นคู่ขนานบนหน้าเช็คนั้น ผู้ทรงเช้คจะต้องนำเช็คประเภทขีดคร่อมเฉพาะไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากของตนและบัญชีเงินฝากนั้นต้องเป็นบัญชีเงินฝากของธนาคารที่ระบุไว้ในเส้นคู่ขนานที่ขีดคร่อมหน้าเช็คเท่านั้น

การสลักหลังเช็ค หมายถึงการลงชื่อของผู้ทรงเช็คไว้ด้านหลังของเช็ค เพื่อที่จะโอนเช็คให้กับบุคคลอื่น โดยการสลักหลังเช็คมี 2 ลักษณะคือ

  1. การสลักหลังลอย เป็นการลงลายมือชื่อของผู้ทรงไว้ด้านหลังเช็คโดยไม่มีข้อความใดๆเพิ่มเติม การสลักหลังแบบนี้จะมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากหากเช็คเกิดการสูญหายผู้ที่เก็บเช็คได้จะสามารถนำเช็คไปเบิกเงินกับธนาคารได้
  2. การสลักหลังเฉพาะ เป็นการลงลายมือชื่อของผู้ทรงด้านหลังเช็คพร้อมทั้งเชียนข้อความที่ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน เช่น นำเข้าบัญชี นาย ก คนดี เท่านั้น ดังนั้นผู้ที่สามารถนำเช็คไปเบิกเงินกับธนาคารได้คือผู้ที่มีชื่อตามข้อความตามเงื่อนไขเท่านั้น

สรุปในบทความนี้ เราก็ได้อธิบายวิธีการใช้เช็คให้ท่านผู้อ่านได้ทราบแล้วนะครับ ก็หวังว่าจะไปประยุกต์ใช้หรือเป็นข้อสังเกตให้กับท่านผู้อ่าน ไม่ว่าท่านผู้อ่านจะอยู่ในฐานะ ผู้สั่งจ่าย หรือผู้ทรงเช็ค เนื่องจากปัจจุบันเช็คเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการเงินสดที่ดีและสะดวกมากครับ

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

เช็คคืออะไร (Cheque)

บทความนี้ขอกล่าวถึงความหมายของเช็คให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ เนื่องจากเพิ่งผ่านปีใหม่มา ท่านผู้อ่านบางท่านอาจได้รับของขวัญของรางวัลเป็น เช็คเงินสด แคชเชียร์เช็ค กันบ้างครับ โดยจะเริ่มกล่าวตั้งแต่คำถามที่ว่า เช็คคืออะไร มีกี่ประเภท เช็คเงินสดคืออะไร แคชเชียร์เช็คคืออะไร

เรามาเริ่มกันที่ เช็คคืออะไรกันเลยครับ เช็คคือ ตราสารซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้สั่งจ่ายสั่งให้ธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งหรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งอันเรียกว่า ผู้รับเงิน โดยเช็คเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการบริหารเงินสดครับ เราสามารถจำแนกคู่สัญญาออกได้ดังนี้

1. ผู้สั่งจ่ายเช็ค (Drawer) คือเจ้าของบัญชีกระแสรายวันที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคาร ผู้เขียนสั่งจ่ายหรือออกเช็ค

2. ธนาคาร(Banker) คือธนาคารผู้รับฝากเงินประเภทกระแสรายวันที่ผู้สั่งจ่ายเช็คเปิดบัญชีไว้

3. ผู้รับเงิน(Payee) คือผู้มีสิทธิที่จะขึ้นเงินตามเช็คนั้นในฐานะผู้ทรง(Holder) ทั้งนี้ผู้ทรงอาจมีฐานะเป็นผู้มีชื่อเป็นผู้รับเงินตามที่ปรากฎในเช็คนั้น หรืออาจเป็นผู้รับเงินในฐานะ ผู้รับสลักหลัง หรือในฐานะผู้ถือได้

องค์ประกอบของเช็ค

1.คำบอกชื่อว่าเป็นเช็ค

2.คำสั่งปราศจากเงื่อนไขให้ใช้เงินเป็นจำนวนแน่นอน

3. ชื่อหรือยี่ห้อและสำนักของธนาคาร

4.ชื่อ หรือยี่ห้อของผู้รับเงิน หรือคำจดแจ้งว่าให้ใช้เงินแก่ผู้ถือ

5.สถานที่ใช้เงิน

6.วันและสถานที่ออกเช็ค

7.ลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย

ครับหลังจากทราบองค์ประกอบที่ต้องปรากฎอยู่บนเช็คแล้ว เรามาดูกันว่าเช็คในปัจจุบันมีกี่ประเภท

ประเภทของเช็ค

1.เช็คเงินสด หรือเช็คจ่ายผู้ถือ (Cash or bearer’s cheque) คือเช็คที่มีคำว่า เงินสด แทนชื่อผู้รับเงิน หรือเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงินแต่ไม่ได้ขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” ผู้ที่มีเช็คประเภทนี้สามารถนำเช็คไปเบิกเงินสดจากธนาคารได้ทันที ดังนั้นหากเจ้าของเช็คทำเช็คเงินสดสูญหาย ผู้ใดก็ตามที่เก็บเช็คเงินสดนั้นได้สามารถนำเช็คไปเบิกเงินสดกับธนาคารได้ เนื่องจากเช็คไม่ได้มีการขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ”

2. เช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงิน หรือเช็คจ่ายตามสั่ง (Order’s cheque) คือเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงินและขีดฆ่าคำว่า “หรือผู้ถือ” เช้คประเภทนี้ผู้ที่มีชื่อเป็นผู้รับเงินจะต้องนำเช็คนั้นไปเบิกธนาคารด้วยตัวเองและหากผู้รับเงินต้องการโอนเช็คให้ผู้อื่น ผู้รับเงินต้องทำการสลักหลังเช็คนั้นก่อน

3. แคชเชียร์เช็ค (Cashier’s cheque) คือเช็คที่บุคคลต้องนำเงินสดมาซื้อเช็คกับธนาคารแล้วธนาคารจะออกแคชเชียร์เช็คให้โดยคิดค่าธรรมเนียมด้วย และธนาคารจะเป็นผู้จ่ายเงินให้กับผู้รับเงินตามที่ระบุไว้ในเช็คนั้น แคชเชียร์เช็คต่างจากเช็คเงินสดที่เช็คเงินสดสั่งจ่ายจากบัญชีกระแสรายวันของผู้สั่งจ่ายซึ่งผู้รับเงินอาจจะไม่แน่ใจว่าในบัญชีของผู้สั่งจ่ายมีเงินพอจ่ายหรือไม่ แต่แคชเชียร์เช็คบุคคลจะนำเงินสดไปซื้อแคชเชียร์เช็คกับธนาคารก่อนและธนาคารเป็นผู้จ่ายเงินให้กับผู้รับเงิน ดังนั้นผู้รับแคชเชียร์เช็คจึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับเงินแน่นอน

4. เช็คที่ธนาคารรับรอง คือเช็คที่บุคคลเขียนสั่งจ่ายแล้วให้ธนาคารรับรองการจ่ายเงินตามเช็คนั้น โดยธนาคารจะเขียนคำว่า “ใช้ได้” หรือ “รับรองจ่าย” หรือ “Good” ลงในเช็คพร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจของธนาคาร และธนาคารจะหักเงินออกจากบัญชีของผู้สั่งจ่ายทันที ซึ่งทำให้ผู้รับมั่นใจได้ว่า จะได้รับเงินแน่นอน ทั้งนี้ธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในการรับรองเช็คด้วย

5. เช็คเดินทาง เป็นเช็คที่ผู้เดินทางนำหลักฐานการเดินทางมาขอซื้อเช็คเดินทางกับธนาคาร เช็คเดินทางจะช่วยให้ผู้เดินทางไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก เมื่อผู้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆสามารถใช้เช็คเดินทางขึ้นเงินสดจากธนาคารต่างๆ รวมทั้งสามารถใช้เช้คเดินทางชำระค่าสินค้าได้มนร้านค้าที่ยอมรับเช็คเดินทางนั้น

จากที่กล่าวมาคงพอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจเช็คแบบต่างๆกันแล้วนะครับ ในบทความต่อไปผมจะขอนำเสนอวิธีการใช้เช็คต่อครับ หวังว่าคงเป้นประโยชน์กับท่านผู้อ่านกันนะครับ

ปล บทความนี้ได้ข้อมูลบางส่วนมาจาก หนังสือ การเงินบุคคล(Personal Finance) ของ อาจารย์ศิรินุช อินละคร

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com