วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553

Excel function ตอน การค้นหาค่า Max & Min (Custom LOOKUP)

สวัสดีวันฝนตกครับ เข้าสู่เดือนเก้ามาสามวันฝนตกทุกวันเลยครับที่ กรุงเทพ วันนี้บทความด้าน Excel ที่อยากนำเสนอคือ การใช้งานฟังก์ชัน Max และ ฟังก์ชัน Min ซึ่งมีประโยชน์มากในการทำรายงานด้วย Excel เสนอผู้บริหาร มาดูรูปแบบของ Excel Function ทั้งสองกันเลยครับ

ฟังก์ชัน Max เป็นฟังก์ชันที่คืนค่ามากสุดในช่วงข้อมูล(เซลล์)ที่เลือกกลับมาขณะที่ฟังก์ชัน Min ก็จะคืนค่าน้อยสุดในช่วงข้อมูล(เซลล์)ที่เลือกกลับมา โดยข้อมูลที่เลือกต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น

มาดูตัวอย่างสูตร excel กันเลยครับ

สมมุติผมมีข้อมูลยอดขายบันทึกไว้ที่ไฟล์ excel ดังนี้

 

A

B

1

มกราคม

76212

2

กุมภาพันธ์

15379

3

มีนาคม

62220

4

เมษายน

83119

5

พฤษภาคม

33872

6

มิถุนายน

80881

7

กรกฎาคม

54263

8

สิงหาคม

35472

9

กันยายน

55361

10

ตุลาคม

71600

11

พฤศจิกายน

13330

12

ธันวาคม

22587

หากต้องการทราบยอดขายสูงสุดในรอบปีก็สามารถเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้

= Max(B1:B12)

ซึ่งจะคืนค่า 83119 กลับมาให้ครับ

ในกรณีกลับกันหากต้องการทราบยอดขายต่ำสุดในรอบปีก็สามารถเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้

=Min(B1:B12)

ซึ่งจะคืนค่า 13330 กลับมาให้ครับ

แต่ในความเป็นจริงผู้บริหารคงไม่ต้องการทราบแค่ยอดขายสูงสุดหรือต่ำสุดแน่ๆ สิ่งที่ผู้บริหารอยากทราบต่อคือ แล้วมันเกิดขึ้นเดือนไหนกันบ้าง ใช่แล้วครับเราต้องประยุกต์ Excel function ที่ผมเคยนำเสนอมาแล้ว ก่อนอื่นมาคิดกันก่อนครับ หากเราอยากทราบเดือนที่ยอดขายสูงหรือต่ำเราต้องทราบตำแหน่งของข้อมูลก่อน ซึ่งฟังก์ชันที่ใช้ก็คือฟังก์ชัน MATCH จากนั้นก็ใช้ฟังก์ชัน INDEX แสดงข้อมูลเดือนที่มียอดขายสูงสุดหรือต่ำสุดต่อไป สมมุติผมอยากทราบเดือนที่มียอดขายสูงสุด มาดูสูตร Excel กันเลยครับ

=MATCH(83119 ,$B$1:$B$12,0) ซึ่งจะคืนค่า 4 กลับมา หมายถึงว่ายอดขายสูงสุดอยู่ในลำดับที่ 4 ของช่วงข้อมูล $B$1:$B$12 จากนั้นเราจะใช้ฟังก์ชัน INDEX ให้คืนค่าข้อมูลในลำดับเดียวกันในช่วงข้อมูลเดือน(A1:A12) โดยเขียนสูตร Excel ได้ดังนี้

=INDEX($A$1:$A$12,4) ซึ่งจะคืนค่า เมษายน กลับมาให้ผู้ใช้ครับ

จากที่อธิบายมาเราสามารถรวมเป็นสูตร Excel เดียว โดยแทนเลข 4 ด้วยสูตร Match และแทนค่า 83119 ด้วยสูตร Max ได้ดังนี้

=INDEX($A$1:$A$12,MATCH(Max(B1:B12) ,$B$1:$B$12,0))

หากท่านผู้อ่านต้องการหาเดือนที่มียอดขายต่ำที่สุดก็เปลี่ยนฟังก์ชันMax เป็น Min ซึ่งสามารถทำได้โดยง่าย

จากเนื้อหาบทความนี้หวังว่าท่านผู้อ่านคงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับงานของทุกท่านได้ ไว้โอกาสหน้าผมจะนำเสนอวิธีการประยุกต์วิธีการนี้ในการประมาณค่าในตารางข้อมูลต่อไปครับ ทิ้งท้ายไว้ซักนิด หากเดือนที่ยอดขายต่ำสุดมีมากกว่าหนึ่งเดือน สูตร Excel นี้จะใช้ได้หรือไม่ครับ ไปทดลองดูนะครับ แล้วพบกันฉบับหน้า สวัสดีครับ

1 ความคิดเห็น:

Noom กล่าวว่า...

ขอบพระคุณมากครับ

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Yahoo bot last visit powered by  Ybotvisit.com